คนตาทิพย์ดอทเน็ต
www.kontatip.net


ข่าว : ตอนที่ 9 : ผีอิสลามวานแจ้งญาติ-ถูกอุ้มฆ่าตายแล้ว

ตอนที่

        เรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ผมรับราชการทหารอยู่ที่ จังหวัดสระบุรี วิญาณตนนี้ วิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับผลักวิญญาณอื่นที่กำลังพูดคุยกับผมอยู่ ให้ต้องกระเด็นออกไปทันที ผมต้องจูนภาพให้ชัด เพราะอยากจะรู้ว่า เป็นวิญญาณใด ถึงได้เกเร และมาทำแบบนี้ ขณะที่ผมกำลังกำหนดจิต เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนที่สุดนั้น แต่วิญญาณเหมือนจะเป็น  “นกรู้” วิญญาณกลับบอกผมว่า อย่าเพิ่งให้ภาพชัด เพราะถ้าภาพชัดเมื่อไร เดี๋ยวตัวเขาจะต้องหายไปเสียก่อน จะไม่ทันได้พูดอะไรกับผม เขาบอกว่า รอให้เขาได้พูดอะไรกับผมเสียก่อน แล้วค่อยจูนให้ภาพชัดได้ ผมก็ส่งกระแสจิตบอกเขาไปว่า จะมีอะไรพูดก็รีบพูดมา เดี๋ยวจะไม่มีโอกาสได้พูด ขอให้พูดมาได้เลย

        ผมรีบทำตามที่วิญญาณตนนี้ต้องการ จากตอนแรกที่พยายามจูนภาพให้ชัด เปลี่ยนไปเป็นรอฟังเรื่องราวจากเขาให้ได้ก่อน วิญญาณตนนี้ถือว่าเป็นวิญญาณอันธพาล เป็นวิญญาณชาวอิสลาม ครอบครัวของเขายังไม่รู้เลยว่า ตัวเขาได้ตายไปแล้ว จึงไม่เคยได้รับส่วนกุศลจากทางบ้านเลย ไม่เคยได้รับกุศลทั้งจาก พ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง และ ภรรยาของเขา เขาบอกว่าเขามีลูกและภรรยาแล้ว
        การสร้างบุญกุศลในส่วนของผู้นับถือ ศาสนาอิสลาม นั้น อาจมีแบบอย่างของเขาโดยเฉพาะ แต่สำหรับการสร้างกุศลด้วยการไปไถ่ชีวิตสัตว์ใหญ่ คือการไถ่ชีวิตวัว-ควาย ตลอดจนถึงการถวายสังฆทานนั้น ผมคิดว่าทุกศาสนาคงทำได้หมด ไม่ว่าจะเป็น พุทธ คริสต์ และ อิสลาม วิญญาณตนนี้ ฝากให้ผมไปบอกกับญาติๆ ของเขาว่า ตอนนี้ ตัวเขาได้ตายไปแล้ว วิญญาณของเขากำลังตกระกำลำบาก กำลังมีความทุกข์ ขอให้ช่วยทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา ด้วยการไปถวายสังฆทาน พร้อมกับการไปไถ่ชีวิตโค-กระบือหรือวัว-ควายนั่นเอง แล้วรีบอุทิศส่วนกุศลไปให้เขาโดยเร็ว เขาจะได้บรรเทาทุกข์ไปได้บ้าง
        วิญญาณคงนึกว่าผมเป็นผู้วิเศษไปแล้ว คือ ไม่ได้บอกผมสักนิดว่า ครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน หมู่บ้านของเขาชื่ออะไร บ้านเลขที่เท่าไหร่ แต่โชคดีที่ภาพปรากฏให้ผมเห็นว่า บ้านของเขาอยู่ใน จังหวัดสระบุรี และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก อยู่ไม่ไกลจากจุดที่วิญญาณมาพบผม สุดท้าย ก่อนที่วิญญาณจะถูกดึงตัวไป ก็ไม่ลืมที่จะบอกว่า “กุศล.....ขอกุศล”
        แต่ก่อนที่วิญญาณจะถูกดึงตัวไปนั้น ผมยังไม่ลืมที่จะถามก่อนว่า ตายที่ไหน เขาบอกว่า ตายแถวนี้ ซึ่งเป็นบริเวณภูเขา อยู่แถว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นย่านที่มีชาวอิสลามอยู่กันเป็นจำนวนมาก แต่ก่อนที่วิญญาณจะจากผมไป ผมจึงค่อยเห็นภาพหน้าตาของเขา คล้ายๆ กับรูปของดาราไทยรุ่นเก่าท่านหนึ่งนั่นเอง
        จากนั้น ผมก็ต้องเดินทางไปฝึกทหารนานกว่า 10 วัน หลังจากฝึกทหารเสร็จและเดินทางกลับมายังบ้านพัก  หมู่บ้านไทยสมุทร จังหวัดสระบุรี ผมก็ไม่ลืมที่จะขอพิสูจน์วิญญาณตนนี้ ผมพักผ่อนได้สัก 2-3 วัน เช้าวันหนึ่ง ผมก็ควบรถจักรยานยนต์ไปที่บริเวณภูเขา ช่วงนั้นผมยังใช้รถจักรยานยนต์อยู่ ในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก นั้น รถวิ่งไปถึงก่อนภูเขาเล็กน้อย ผมก็พบชาวบ้านอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นพวกแขกปาทาน กำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ แต่ละบ้านจะมีอาชีพเลี้ยงวัวขาย  ผมเข้าไปหาคนกลุ่มนี้ทันที
        ผมเจอผู้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 45-50 ปี ผมแกล้งหาเรื่องอื่นคุยก่อน ผมทักเขาว่า พี่ ! พี่ ! อยู่ที่นี่สบายดีหรือไม่ เลี้ยงวัวเป็นอย่างไรบ้าง ชายอิสลามคนนี้ มองหน้าผมแบบแปลกๆ เหมือนไม่ค่อยไว้วางใจผมสักเท่าไร  ผมต้องแนะนำตัวเองว่า ผมเป็นทหารอยู่แถวนี้ครับ
        จากนั้น ผมก็ถามต่อไปอีกว่า แถวนี้เคยมีคนเสียชีวิตไหม เคยมีคนโดนฆ่าตายหรือเปล่า เขาตอบว่า ไม่มี ผมถามต่อไปว่า พี่ ! อยู่ที่นี่มานานแล้วหรือยัง เขาบอกว่า อยู่มานานแล้ว จากนั้น ผมก็นึกภาพกลับ ที่บอกว่าไม่มีคนโดนฆ่าตาย ก็คงเป็นเพราะ ไม่มีใครรู้เรื่องการตายของอันธพาลคนนั้นนั่นเอง
        ผมเปลี่ยนคำถามใหม่ ผมถามว่า แล้วที่หมู่บ้านแห่งนี้ เคยมีคนหายหรือไม่ ชายอิสลามคนนี้ ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบผมว่า ถ้าเป็นคนหาย ผมว่ามีนะ แต่ไอ้นี่มันเป็นนักเลงหัวไม้ คือไปฆ่าคนอื่นเขาตายก่อน จากนั้น มันก็หายตัวไปเลย หลายคนเข้าใจว่า มันคงหนีฝ่ายตรงข้ามไป แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่า มันหนีหายไปที่ไหน แล้วเมื่อไรมันถึงจะกลับมาบ้านอีก หรือไม่ก็อาจจะโดนเขาอุ้มฆ่าตายไปแล้วก็ได้
        ผมถามต่อว่า เป็นบ้านหลังไหนพี่พอบอกได้ไม๊ ชายอิสลามคนนี้ ก็ชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งให้ผมดู ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ผมกำลังยืนคุยกันนัก ผมกล่าวขอบคุณและอำลาในทันที ผมควบรถจักรยานยนต์มุ่งตรงไปยังบ้านหลังที่ชายอิสลามชี้ให้ดู พอไปถึงปรากฏว่า บ้านหลังดังกล่าว เป็นครอบครัวปานกลาง มีทั้งเด็กและคนแก่ ผมนึกในใจว่า จะหาเรื่องพูดคุยอะไรก่อนดี ครอบครัวนี้ดูแล้วเหมือนเป็นคนมีฐานะดี เป็นครอบครัวที่มีอาชีพเลี้ยงวัวขาย เพราะผมเห็นวัวที่เขาเลี้ยงมีเป็นจำนวนมาก ผมสังเกตเห็นว่า คนที่เป็นผู้หญิงนั้น น่าจะเป็นภรรยาของผู้ตาย ส่วนเด็กอีก 2 คนที่เห็น น่าจะเป็นลูกของผู้ตาย คนแก่อีก 2 คน น่าจะเป็นพ่อและแม่ของผู้ตาย ผมเดินเข้าไปหา คุณลุง ที่คาดว่า น่าจะเป็น คุณพ่อ ของเขา ผมหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกับท่านก่อน
     
        สวัสดีครับ คุณลุง คุณลุง อยู่ที่นี่มานานหรือยังครับ สบายดีไหมครับ คุณลุง มองหน้าผมแบบแปลกๆ ที่จู่ๆ ก็มีผู้ชายเข้ามาทักทายโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย คุณลุง ถามผมทันทีว่า เป็นใคร ทำงานอะไร มีธุระอะไรหรือ
        ผมยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะแนะนำตัวเองว่า เป็นทหารม้า สังกัดอยู่ที่ จังหวัดสระบุรี นี่แหล่ะ เป็นคนชอบอาชีพเลี้ยงวัวเหมือนกัน เลยเข้ามาดูคนเลี้ยงวัวแถวนี้ว่า มีเท็คนิคอะไรในการเลี้ยงให้ก้าวหน้าหรือเปล่า มาหาความรุ้จากคนแถวนี้แหล่ะครับ จากนั้น ผมก็ถาม คุณลุง ไปว่า อยู่กันกี่คน คุณลุง ตอบว่า ก็อยู่กันเท่าที่เห็นนี่แหล่ะ แต่ยังมีลูกชายอีก 1 คน ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน จู่ๆ มันก็หายตัวไปเลย หายไปตั้งหลายปีแล้ว ตรงนี้ พ่อของผู้ตายเป็นคนพูดขึ้นมาเอง โดยที่ผมยังไม่ได้ถาม ผมคิดในใจทันที จะบอก คุณลุง ดีไหม ว่า วิญญาณของลูกชาย มาบอกผมให้มาแจ้งข่าวว่า ตัวเขาได้ตายไปแล้ว แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า ผมเป็นใคร ทำไม คุณลุง จะต้องมาเชื่อผมด้วย ถ้าผมบอกอะไรไป ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น.....
        ผมถาม คุณลุง ต่อไปอีกว่า คุณลุง มีรูปถ่ายของลูกชายไหม สมัยที่ลูกชายยังอยู่ด้วยกันน่ะ คุณลุง เดินลึกเข้าไปในบ้าน หยิบภาพที่ลูกชายถ่ายคู่กับลูกสะใภ้ เมื่อตอนแต่งงานกันใหม่ๆ พอผมได้เห็นภาพที่ คุณลุง หยิบมาให้ดูเท่านั้น โอ้โฮ ! ชัดเจนเลย หน้าตาลูกชายของ คุณลุง ช่างเหมือนกับภาพที่วิญญาณมาให้ผมเห็นหน้าไม่มีผิดเลย ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่แป๊ปเดียว แต่ผมจำได้แม่นยำ

        ผมถาม คุณลุง ต่อไปว่า แล้วลูกชายหายไปไหนล่ะ ไม่รู้เลยหรือ คุณลุง ตอบว่า เขาหายไปเฉยๆ หายไปดื้อๆ  หายไปโดยไม่เคยส่งข่าวให้ทราบเลย ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า มันหายตัวไปไหนกันแน่ แต่ คุณลุง ก็อดพูดไม่ได้ว่า  ลูกชายคนนี้ เคยสร้างเรื่องไว้มากมายจริงๆ มีเรื่องมีราวบ่อยครั้ง เพราะเป็นคนใจร้อน
        ผมนึกในใจตลอดเวลาว่า จะบอก คุณลุง ดีหรือไม่ดี กรณีที่วิญญาณลูกชายมาหาผม ขอให้ช่วยแจ้งข่าวให้กับญาติๆ ของเขาว่า ตนเองได้เสียชีวิตไปแล้ว และขอให้ญาติๆ ช่วยทำบุญอุทิศกุศลไปให้ แต่อย่างที่บอกไปในตอนแรก  เขาจะเชื่อถือผมหรือว่า ผมสามารถติดต่อกับวิญญาณได้ โดยเฉพาะกับวิญญาณลูกชายของ คุณลุง เอง
        ในที่สุด ผมตัดสินใจไม่บอกดีกว่า แต่ผมก็ยังแนะนำเป็นกลางๆ ไปว่า ในเมื่อ คุณลุง ก็ยังไม่รู้ว่า ลูกชายตัวเองได้หายไปไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะฉะนั้น คุณลุง ก็ควรจะไปทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้เขา ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร เพราะถ้าลูกของ คุณลุง ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะได้รับอานิสงค์ในบุญกุศลนี้เหมือนกัน
        คุณลุง ได้ยินผมพูดเช่นนั้น ก็พยักหน้า พร้อมกับพูดว่า ก็ดีเหมือนกัน สายตาของ คุณลุง จับจ้องดวงตาผมตลอด ชนิดจ้องตาไม่กระพริบทีเดียว แต่ผมพอดูออกว่า เป็นสายตาของคนเป็นมิตร เป็นสายตาของคนที่ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจ แต่ผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อใจเรื่องไปทำบุญ ผมทำการเอ็กซเรย์คำพูดของ คุณลุง ทันทีว่า เขาจะไปทำบุญอุทิศกุศลให้กับลูกชายจริงหรือไม่ ตามที่รับปากกับผมไว้ ผมเห็นเป็นภาพสว่างมากๆ ก็แสดงว่า คุณลุง จะต้องไปทำบุญตามศาสนาของเขา ซึ่งเป็นศาสนาอิสลาม ตามที่ได้รับปากกับผมอย่างแน่นอน ส่วนตัวผมนั้น พอกลับถึงบ้านแล้ว ผมก็ไปทำบุญให้กับชายอิสลามคนนี้ทันที เพราะถ้าผมได้รับปากกับวิญญาณใดแล้ว ผมจะต้องไปทำเสมอ ผมจะไม่ยอมเสียสัจจะอย่างแน่นอน แต่ที่ไม่กล้ายืนยันกับ คุณลุง ว่า ผมได้พบกับวิญญาณลูกชายของคุณลุงนั้น ก็เพราะผมเกรงกลัวว่า  เขาจะไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้ และนี่ก็เท่ากับว่า ผมได้หมดภารกิจของผมไปอีกเรื่องหนึ่ง เพราะวิญญาณทุกวิญญาณที่ผมได้สัมผัส ผมจะต้องขอพิสูจน์ให้มั่นใจว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือเป็นเพราะจิตของผม มันฟุ้งซ่านคิดไปเอง แต่ร้อยทั้งร้อย เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น หลังจากที่ผมได้ออกไปพิสูจน์ ก็เป็นจริงทุกครั้งไป.
    
ณัชพล เทพนิมิต

 


ข่าวโดย : ณัชพล เทพนิมิต
วันที่พิมพ์ :
เวลา : 04:39:48:AM