คนตาทิพย์ดอทเน็ต
www.kontatip.net


ข่าว : ตอนที่ 7 : เพื่อนปล้ำแฟนเพื่อน-รับกรรมหนัก

ตอนที่

        เรื่องที่ผู้เขียนจะให้ "อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์" เล่าในสัปดาห์นี้ ก็คงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในช่วงที่ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ยังรับราชการทหารประจำอยู่ที่ กองพลทหารที่  9 จังหวัดกาญจนบุรี น่าจะเป็นปี พ.ศ.2517 ซึ่งตอนนั้น อ.ตุ้ย มีอายุเพียงประมาณ 17-18 ปีเท่านั้น เรียกว่าเพิ่งจะเรียนจบมาจาก โรงเรียนนายสิบทหารบก มาสดๆ ร้อนๆ เป็นรุ่นพิเศษ รุ่นที่ 2 ของปี พ.ศ. 2516 เพื่อนร่วมรุ่นทั้งหมดรวมทั้งตัว อ.ตุ้ย มี  99 คนเท่านั้น
        ทั้ง 99 คนถูกส่งตัวไปประจำอยู่ที่ กองพลที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งใกล้ๆ กันจะมีทหารเหล่าต่างๆ อาทิ กองพันทหารสื่อสาร กองพันทหารราบ กองพันทหารปืนใหญ่ กองพันทหารม้า และทหารแต่ละนาย ก็จะมีอายุใกล้เดียงกัน เพราะเพิ่งเรียนจบออกมาใหม่ๆ มีตั้งแต่อายุน้อยๆ อย่างเช่น อ.ตุ้ย ก็แค่ 17-18 ปี ไปจนถึงอายุประมาณ 25 ปี ซึ่งถือว่าห่างกันหลายปีเหมือนกัน เหมือนผู้ใหญ่กับเด็ก แต่เป็นเด็กวัยรุ่น
        ใกล้ๆ กันก็มีค่ายทหารต่างๆ อ.ตุ้ย เริ่มขยายความให้ผู้เขียนฟัง ท่านผู้อ่านลองไปฟังพร้อมกันนะครับ อ.ตุ้ย เริ่มเล่าว่า กองพันทหารราบที่ 19 ซึ่งผมมีเพื่อนประจำอยู่ที่นั่นหลายคน ค่ายนี้ยังถือว่าสังกัดอยู่ใน กองพลที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี เรื่องที่กำลังจะเล่าเป็นอย่างนี้ครับ
       
        ผมมีเพื่อนทหารอยู่คนหนึ่ง เป็นทหารราบประจำอยู่ที่ กองพันทหารราบที่ 19 สังกัด กองพลที่ 9 กาญจนบุรี สมมติชื่อเขาว่า สิบโทธาดา ซึ่ง สิบโทธาดา ถือว่าเป็นทหารที่มีน่าตาดีมากคนหนึ่ง อายุก็ยังไม่เยอะ น่าจะแก่กว่าผมประมาณ 2 ปี ก็คงจะมีอายุไม่เกิน 19-20 ปี ผมกับ สิบโทธาดา เจอกันบ่อยมาก บางทีเขาก็มาเที่ยวที่กองพันผม บางทีผมก็ไปเที่ยวที่กองพันของเขา เป็นอย่างนี้บ่อยมาก บางครั้งก็นัดไปเจอกันในเมือง บางครั้งก็นัดกันไปเจอในสถานที่นัดหมาย จะนัดไปเจอกันที่ไหน อย่างไร มันไม่กว้างหรอกครับ ผมหมายถึงในตัวเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นะครับ ตัวผมเป็นทหารม้า ส่วนสิบโทธาดา เป็นทหารราบ บ้านผมอยู่ที่ ศรีย่าน กรุงเทพฯ ส่วนสิบโทธาดา ก็อยู่ที่ ดินแดง กรุงเทพฯ เช่นกัน เราทั้งสองต่างคบกันไปคบกันมา จนกระทั่งผมได้ถูกย้ายมาประจำอยู่ที่ กองพันทหารม้าที่ 4 เกียกกาย กรุงเทพฯ ส่วน สิบโทธาดา ก็ยังประจำอยู่ที่ กองพันทหารราบที่ 19 จังหวัดกาญจนบุรี  เหมือนเดิม

        วันหนึ่ง สิบโทธาดา ก็เดินทางมาหาผมที่ กรมทหารม้าที่ 4 เกียกกาย กรุงเทพฯ  ผมดูสีหน้าของเขาแล้ว ไม่สดชื่นเลย ดูท่าทางน่าจะมีเรื่องเครียดๆ ด้วยซ้ำ ผมต้องทักทาย สิบโทธาดา ไปว่า เป็นอะไรหรือเปล่า ดูสีหน้าไม่สดชื่นเลย มีแววตาส่อว่ากำลังมีเรื่องครุ่นคิดมากอีกด้วย หน้าตาดูหม่นหมองนะ
        สิบโทธาดา ยอมรับว่า เออ ตุ้ย มันก็มีเรื่องเครียดเหมือนกันนะ ผมเลยต้องตัดบทไปว่า ไปนั่งดื่มเหล้ากันดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน จากนั้น ผมก็พา สิบโทธาดา เดินทางไปนั่งดื่มเหล้าแถวบ้านผม ซึ่งตั้งอยู่ที่ ศรีย่าน ดังที่เคยเล่าไปแล้วหลายเรื่อง พอนั่งดื่มเหล้าไปได้สักครู่หนึ่ง ผมจึงได้ย้อนถาม สิบโทธาดา ไปว่า เมื่อประกี้นี้ บอกว่ามีเรื่องเครียดมาก เป็นเรื่องอะไรหรือ
แรกๆ สิบโทธาดา ก็ยังไม่กล้าเล่าเรื่องที่กำลังมีปัญหาให้ผมฟัง ได้แต่คุยเรื่องสัพเพเหระไปตามเรื่องตามราว จนกระทั่งอีกประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา ผมคิดว่าเหล้าคงได้เข้าไปย้อมใจเขาพอสมควรกระมัง สิบโทธาดา จึงได้เอ่ยปากพูดกับผมว่า ตุ้ย ! ผมขอปรึกษาอะไรสักอย่างได้ไหม เพราะเรื่องนี้มันหวานอมขมกลืนมานานเลย จะไปปรึกษาหรือพูดคุยกับใครก็ไม่ได้ทั้งสิ้น ผมพยักหน้ารับปาก พร้อมให้ สิบโทธาดา เล่าเรื่องที่กำลังมีปัญหาหรือกำลังมีเรื่องหนักใจให้ผมฟัง
อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ลำดับเหตุการณ์ในช่วงนั้นให้ผู้เขียนฟังว่า สิบโทธาดา ได้ย้ำว่า เป็นเรื่องที่ตัวเขากลุ้มใจมากจริงๆ ในฐานะที่เราทั้งสองเป็นเพื่อนกัน และเราก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับใคร จึงต้องเอาเรื่องนี้มาขอปรึกษา เพราะนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว

        **ผู้เขียนต้องถาม อ.ตุ้ย ว่า เพื่อน สิบโทธาดา คนนี้ เคยรู้หรือไม่ว่า อาจารย์มีญาณตาทิพย์มาตั้งแต่เกิด และสามารถสื่อสารกับวิญาณได้ รู้เหตุการณ์ในอนาคตได้ ?**
อ.ตุ้ย กล่าวว่า ช่วงนั้น ผมยังไม่เคยเปิดเผยตัวให้ใครทราบเลยว่าผมมีสิ่งนี้ และก็ไม่ปรารถนาให้ใครรู้อีกด้วย เพราะกลัวเขาจะหาว่าเราบ้าไง สู้ไม่ให้ใครรู้ดีกว่า

        สิบโทธาดา เล่าตะกุกตะกักเหมือนคนกลัวๆ อะไรสักอย่าง เขาบอกว่า ช่วงนี้ มันเหมือนมีภาพหลอนหรือมีเสียงอะไรสักอย่าง พยายามจะติดต่อกับเขา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ มันเป็นภาพผู้หญิง มาบอกว่า อยากจะมาหาเขา อยากจะมาพบเขา แต่ก็มาไม่ได้ พบไม่ได้ผมต้องซักไซ้ไล่เลียงไปว่า เล่าอะไรไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ต้องย้ำกับเพื่อนไปอีกครั้ง เพื่อให้ สิบโทธาดา ลองเริ่มต้นเล่าให้ฟังใหม่ โดยบอกให้ค่อยๆ เล่า ลำดับเหตุการณ์ให้ดี
        สิบโทธาดา ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ค่อยลำดับเหตุการณ์ให้ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ฟังใหม่ว่า ผู้หญิง ตุ้ย ! เรื่องผู้หญิง เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ก่อนที่ผมจะมาเรียน โรงเรียนนายสิบทหารบก นั้น ผมได้คบกับหญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง ตอนนั้น หญิงวัยรุ่นคนนี้ ก็ยังเรียนหนังสืออยู่เลย เราคบกันจนกระทั่งได้เสียกัน จากนั้น เราทั้งสองก็ยังคบกันอยู่ เรียกว่าคบกันในฐานะคนรักกัน เป็นแฟนกัน

        ต่อมา สิบโทธาดา ก็ไปคบกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่รับรองว่า ผู้หญิงคนหลังนี้ แค่เป็นเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าความเป็นเพื่อนจริงๆ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง แฟนวัยรุ่นที่ได้เสียกันไปแล้วคนนั้น พร้อมทั้งเพื่อนๆ ของเขา ยกขบวนมากันเป็นกลุ่ม มาหามาเยี่ยม สิบโทธาดา ถึงในค่ายกรมทหาร แล้วก็ปรากฏว่า เพื่อนทหารด้วยกันของ สิบโทธาดา สมมติว่าชื่อ  สิบโทแก้ว พอได้เห็นหน้าแฟนสาวของ สิบโทธาดา ก็เกิดนึกชอบทันที เพราะหน้าตาของแฟน สิบโทธาดา ก็เป็นคนมีหน้าตาดี สวย ผิวขาว ทั้งๆ ที่ สิบโทธาดา ก็บอกกับเพื่อทหาร สิบโทแก้ว ไปก่อนแล้วว่า คนๆ นี้เป็นแฟนของเขามานานแล้วนะ แต่สิบโทแก้ว กลับบอกแบบทีเล่นทีจริงว่า ชอบ สิบโทธาดา ก็ยังนึกว่าพูดเล่น

        จนกระทั่งต่อมา แฟนของ สิบโทธาดา ก็เดินทางมาเยี่ยม สิบโทธาดา ที่บ้านพักกรมทหารอีก แต่คราวนี้เขามาเพียงคนเดียว ไม่ได้มาเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ เหมือนอย่างคราวที่แล้ว เพื่อนทหารของ สิบโทธาดา ที่ชื่อ สิบโทแก้ว ก็ให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี เพราะเคยรู้จักกันมาก่อนนั่นเอง เคยยกพวกไปเที่ยวไปหาที่ กรุงเทพฯ มาก่อนเช่นกัน สิบโทแก้ว อ้างกับแฟนของ สิบโทธาดา ว่า สิบโทธาดา กำลังเข้าเวรอยู่ในกองพัน  เดี๋ยวก็ออกเวรแล้ว ให้รอเขาในบ้านพักสักครู่หนึ่ง เดี๋ยวก็ได้เจอตัวกันแล้ว จนกระทั่งแฟน สิบโทธาดา ตายใจและยอมนั่งรอ สิบโทธาดา ภายในห้องพัก

        แต่สุดท้าย แฟนของ สิบโทธาดา ก็โดน สิบโทแก้ว บุกเข้าปล้ำและข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ทำให้แฟนสาวของ สิบโทธาดา เสียใจมาก ต้องรีบกลับบ้านพักที่ กรุงเทพฯ ทันที โดยที่ สิบโทธาดา ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่สิบโทแก้ว ก็ทำใจดีสู้เสือ บอกกับ สิบโทธาดา เมื่อตอนออกเวรว่า เมื่อตอนกลางวันได้เจอกับแฟนเขา แต่พอรู้ว่า สิบโทธาดา ไม่อยู่เพราะต้องเข้าเวร แฟนสาวของ สิบโทธาดา ก็เดินทางกลับทันที บอกให้รอก็ไม่ยอมรอ ซึ่ง สิบโทธาดา บอกว่า รู้สึกแปลกใจมากว่า แฟนสาวทำไมไม่ยอมรอ

        สิบโทธาดา พยายามโทรศัพท์ไปที่หอพักบ้าง ไปที่บ้านพักพ่อแม่ของเขาบ้าง ก็ติดต่อไม่ได้ จนกระทั้งมีอยู่วันหนึ่งสามารถติดต่อกันได้ แฟนสาวก็บอกว่า กินยานอนหลับบ่อย เพราะนอนไม่ค่อยจะหลับ เมื่อถามว่า วันที่ไปหาที่กรมทหาร ทำไมจึงไม่ยอมรอให้เขาออกเวรเสียก่อนเพื่อเจอกัน แฟนสาวก็อ้างว่า ไม่ค่อยสบาย และจากวันนั้นเป็นต้นมา สิบโทธาดา ก็ติดต่อแฟนสาวไม่ได้อีกเลย ถึงขนาดบางครั้งต้องเขียนเป็นจดหมายไปหา แต่เรื่องก็เงียบ เพราะสมัยนั้น โทรศัพท์มือถือยังไม่มี จนในที่สุด สิบโทธาดา ก็ไม่สามารถติดต่อกับแฟนสาวได้อีกเลย  จนกระทั่ง สิบโทธาดา ต้องตัดสินใจเดินทางเข้า กรุงเทพฯ เพื่อไปพบตัวแฟนสาวที่หอพักแห่งหนึ่ง แฟนสาวเช่าหอพักอยู่ เป็นนักศึกษาปี 2 ของมหาวิทลัยเอกชนแห่งหนึ่ง สิบโทธาดา ไม่ได้เจอตัวแฟนสาว แต่ได้เจอเพื่อนๆ ของแฟนสาว กลุ่มที่เคยยกพวกไปเยี่ยมเขาที่ กรมทหาร จังหวัดกาญจนบุรี นั่นเอง  สิบโทธาดา จึงได้รู้ความจริงจากเพื่อนๆ ของแฟนสาวว่า “แฟนสาวของ สิบโทธาดา ได้ตายเสียแล้ว” ตายไปนานกว่า 3 เดือน ตายด้วยการกินยานอนหลับมากเกินควร สิบโทธาดา เย็นวูบไปทั่วร่าง ขนลุกไปทั้งตัว แฟนสาวของเขาทำไมต้องฆ่าตัวตาย เธอมีเรื่องอะไรคับใจหรือ เพื่อนๆ ของแฟนสาวรู้แต่เพียงว่า “เธอรัก สิบโทธาดา มาก” แต่รายละเอียดเธอไม่ได้เล่าให้ฟัง ตอนเสียชีวิต แม่ของเธอได้นำหลักฐานบางอย่างที่พบในลิ้นชัก เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบและรู้ผลว่า "เธอกำลังตั้งท้อง" และยังพบกระดาษอีกแผ่น เขียนข้อความสั้นๆ ว่า “รักดามาก แต่เพื่อนดาทำลายทุกอย่าง”
  
        สิบโทธาดา จึงได้จับต้นชนปลาย ประมวลเหตุการณ์ย้อนหลัง นับตั้งแต่วันที่เพื่อนทหาร สิบโทแก้ว มาบอกกับตนว่า แฟนสาวได้มาหาที่ กรม แต่ไม่เจอ จึงได้ขอตัวกลับก่อน สิบโทธาดา นึกในใจว่า ทำไมแฟนสาวจึงไม่ยอมรอ เพราะวันนั้น สิบโทธาดา ต้องเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่จนถึงตอนเย็น สิบโทธาดา ได้ประมวลเหตุการณ์ต่างๆ  ย้อนหลังจึงได้รู้ความจริง รู้ถึงสาเหตุที่แฟนสาวต้องฆ่าตัวตาย จึงนำมาเล่าพร้อมขอคำปรึกษากับ อ.ตุ้ย ในฐานะเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ว่าเขาควรจะทำยังไงดี กินไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว

        อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เล่าต่อไปว่า สิบโทธาดา มีสีหน้าเศร้าหมองมาก มองเห็นได้ชัด ผมมองดูแวดตาของ สิบโทธาดา รู้เลยว่า เขามีความโกรธต่อ สิบโทแก้ว เป็นอย่างมากทีเดียว ที่เป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายของแฟนสาว เพราะเพื่อนใช้วิธีกักขละ บุกเข้าปลุกปล้ำแฟนสาว ทั้งๆ ที่แฟนสาวไม่ได้สมยอมหรือรักใคร่แต่อย่างไร ผู้หญิงรู้สึกอาย จึงต้องเก็บเรื่องเงียบไว้ตลอด ต่างฝ่ายต่างเก็บเป็นความลับ แฟนสาวของ สิบโทธาดา ก็ไม่กล้าแพร่งพรายให้ใครรู้ สิบโทแก้ว ก็เก็บเงียบไม่บอกให้ใครรู้เหมือนกัน
        ระยะหลังทำให้แฟนสาว หันไปกินยานอนหลับทุกคืน เพราะอดคิดมากไม่ได้ ทำให้นอนไม่หลับ ไม่เพียงแค่นั้น เพื่อนทหารที่ชื่อ สิบโทแก้ว ยังตามไปตื๊อแฟนสาวของ สิบโทธาดา ถึงหอพักใน กรุงเทพฯ อีกด้วย ไปตื๊อถึงหอพักนักศึกษาเลย แล้วตื๊อยังไงก็ไม่รู้ สิบโทแก้ว ยังได้เสียกับแฟนสาวของ สิบโทธาดา อีก เรื่องนี้รู้จากเพื่อนของ สิบโทแก้ว เพราะสิบโทแก้วยังไปพูดในทำนองว่า "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว" เขาก็มีใจรักจริง จึงอยากจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอต่อพ่อแม่เธอ  จัดทำพิธีแต่งงานกับเธอเสียเลย แต่ฝ่ายผู้หญิงไม่ยอม เพราะเธอไม่ได้รักสิบโทแก้วสักนิดเดียว  แต่กลับมีใจรักต่อ สิบโทธาดา มากกว่า  ฝ่ายหญิงจึงต้องเก็บความเสียใจอยู่อย่างนี้ไปตลอด
    
        **ผู้เขียนถาม อ.ตุ้ย ว่า ผู้หญิงคงจะหน้าตาดีมากๆ หรือที่เรียกว่าเป็นคนสวยมากซีนะ  เพื่อนทหารของ สิบโทธาดา จึงได้หลงไหลถึงขนาดต้องไปแย่งรักกับเพื่อน ทั่งๆ ที่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีเจ้าของแล้ว ?**
        อ.ตุ้ย กล่าวว่า ใช่ครับ หน้าตาผู้หญิงคล้ายๆ ตุ๊กตาญี่ปุ่น ผิวขาว หน้าตาสวย สิบโทแก้ว ถึงได้หลงไหลคลั่งไคล้ จะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเลย ทั้งๆ ที่ฝ่ายหญิงก็บอกว่าไม่ได้รัก แต่ฝ่ายชายจะอาศัยลูกตื๊อ แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงแค่นั้นสิครับ ปรากฏว่า ในที่สุด ผู้หญิงก็ไปซื้ออุปกรณ์ตรวจสอบ เพราะสงสัยว่าตัวเองจะตั้งท้อง แล้วก็เป็นจริง จึงได้คิดสั้น ด้วยการกินยานอนหลับเข้าไปมากๆ เพื่อหวังให้นอนหลับแล้วไม่ตื่น แต่ก่อนตาย แฟนสาวของ สิบโทธาดา ได้เขียนข้อความสั้นๆ ไว้ว่า “รักดามาก-แต่เพื่อนดาทำลายทุกอย่าง” โน๊ตย่อสั้นๆ ตรงนี้ พ่อ-แม่ผู้หญิงไปเจออยู่ใกล้ๆ ศพ แล้วเพื่อนๆ ของเธอรู้มาจากญาติ จึงได้นำมาเล่าต่อๆ กันมา สิบโทธาดา จึงได้รู้ความจริง และประมวลเหตุการณ์ได้ถูกต้องว่า แฟนสาว ก็คงจะท้องกับ สิบโทแก้ว จึงได้คิดฆ่าตัวตายจะดีกว่า เพราะท้องกับคนที่เธอไม่ได้รัก
        เรื่องยังไม่จบ เพราะหลังจากที่ สิบโทธาดา ติดต่อแฟนสาวไม่ได้มานานกว่า 3 เดือน เพราะ 1-อยู่ในช่วงที่ สิบโทธาดา ถูกส่งตัวไปฝึกอาวุธที่ต่างจังหวัด จึงไม่ค่อยมีเวลา 2-อยู่ในช่วงที่ สิบโทธาดา กำลังคบกับเพื่อนหญิงคนใหม่ ที่มีอายุมากกว่าแฟนสาวคนดังกล่าว ที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่หอพัก แต่สิบโทธาดา ยืนยันว่า คบกันแค่เป็นเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้เป็นแฟนกัน เพราะตนเองก็ไม่ได้รักลย เมื่อตนเองติดต่อแฟนสาวไม่ต่อยได้ จึงอดคิดไม่ได้ว่า แฟนสาวคงจะหึงหวงก็เลยไม่ยอมติดต่อด้วย แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่เป็นเพราะ สิบโทแก้ว ไปปลุกปล้ำเธอ ไปพัวพันและตามตื๊อเธอ จนเกิดความวุ่นวาย ทำให้เธอตัดสินใจลำบาก จนกระทั่งเธอมารู้ตัวว่า กำลังตั้งท้องกับ สิบโทแก้ว การคิดสั้นจึงได้เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น สมัยนั้นโรคเอดส์ยังไม่มี แต่เธอกลับไปติดโรคหนองในหรือซิฟิลิสจาก สิบโทแก้ว อีกด้วย เรื่องนี้รู้จากใบแพทย์ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักนั่นเอง

        สิบโทธาดา เล่าให้ฟังต่อไปว่า ก่อนที่จะทราบว่าแฟนสาวได้ตายไปแล้ว ก่อนที่จะมาเล่าเรื่องนี้ให้ อ.ตุ้ย ฟังและขอคำปรึกษา ตนเองเหมือนได้พบกับเหตุการณ์แปลกๆ กล่าวคือ เวลาครึ่งหลับครึ่งตื่น มันคล้ายๆ กับมีภาพผู้หญิงมาปรากฏให้เห็น หน้าตาก็คล้ายๆ กับแฟนสาว พร้อมกับมีเสียงเบาๆ ว่า “เพื่อนน่ะ-เพื่อนน่ะ-ทำลายทุกอย่าง-ทำลายทุกอย่าง-มาหาก็มาไม่ได้-มาหาก็มาไม่ได้” ประโยคซ้ำๆ เหล่านี้  จะเข้ามาให้ได้ยินอยู่เสมอๆ จนทำให้ สิบโทธาดา เกิดความแปลกใจ เพราะบางทีก็ไม่ใช่ว่าจะได้ยินตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นเท่านั้น ตอนกลางวันแสกๆ ตอนสติยังดี ไม่ได้ง่วงเหงาเหานอน ไม่ได้นอนหลับ ยืนคุยอยู่กับเพื่อนแท้ๆ ก็ยังได้ยินเหมือนกัน

        จนกระทั่ง สิบโทธาดา ต้องเดินทางเข้า กรุงเทพฯ ไปหาแฟนสาวที่หอพักก็ไม่เจอ ไปหาที่บ้านพ่อแม่ ก็ไม่เจอ ต้องไปหาเพื่อนสนิทของแฟนสาว จึงได้รู้ความจริงว่า แฟนสาวได้กินยาฆ่าตัวตายมาหลายเดือนแล้ว  สิบโทธาดา คอตก ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพื่อนสนิทแฟนสาวยังบอกอีกวา พบกระดาษชิ้นหนึ่งที่แฟนสาวเขียนรำพันว่า "รักดา-แต่เพื่อนทำลายทุกอย่าง" ตามที่เล่าไปแล้ว สิบโทธาดา เดินทางกลับกรมทหารทันที พอมาถึงกองพันทหารราบที่ 19 จังหวัดกาญจนบุรี สิบโทธาดา ไปพบ สิบโทแก้ว สอบถามเพื่อนทหารทันทีว่า ถามจริงๆ เถอะ แกมีอะไรกับแฟนสาวของตนหรือเปล่า

        สิบโทแก้ว ย้อนถามว่า มีอะไรหรือ ทำไมจึงถามเช่นนั้น สิบโทธาดา พูดอย่างคนอารมณ์ไม่ดีว่า ก็แฟนสาวตนนะ ฆ่าตัวตายไปแล้ว ทันทีที่ สิบโทแก้ว ได้ยินกับหู สิบโทแก้ว ตกใจมาก หน้าซีดเผือด ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น สิบโทธาดา ซักไซ้ไล่เลียงอยู่พักหนึ่ง จึงได้พูดทิ้งท้ายแบบหยาบๆ พูดแบบภาษานักเลงว่า “นี่ถ้ากูไม่เห็นว่าเอ็งเป็นเพื่อนกูนะ กูฆ่าเอ็งแน่”
สิบโทธาดา ยังพูดต่อท้ายอีกว่า เอ็งระวังให้ดีนะ คนตายยังมีเด็กในท้อง ซึ่งเป็นลูกของเอ็ง  เพราะฉะนั้น จึงงเท่ากับเอ็งฆ่าทีเดียว 2 ศพ เขามาให้ฝันบอกว่า เอ็งจะต้องชดใช้กรรมในเร็วๆ นี้ แต่กูก็ไม่รู้ว่า ต้องชดใช้กรรมแบบไหนอย่างไร ชดใช้ยังไง บอกให้คอยระวังตัวอย่างเดียว

        เรื่องจึงยังไม่จบเพียงแค่นั้น วิญญาณของแฟน สิบโทธาดา ยังไม่ถึงอายุไข แต่มาฆ่าตัวตายเสียก่อน วิญญาณจึงยังไม่ได้ไปเกิด กินยาตายตอนอายุประมาณ 20-21 ปี เพราะฉะนั้น  เมื่อวิญญาณยังไม่ได้ไปเกิด วิญญาณก็ต้องร่อนเร่ พร้อมความอาฆาตพยาบาทไปด้วยก็ได้

        หลังจาก อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ แนะนำให้ สิบโทธาดา ไปถ่ายชีวิตโคกระบือหรือวัวควาย เพื่ออุทิศกุศลไปให้แฟนสาวแล้ว อีกไม่กี่เดือนต่อมา สิบโทแก้ว ก็ได้รับกรรมจากเหตุการณ์ที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นครั้งนี้ ตามที่วิญญาณเคยมาให้ สิบโทธาดา ฝัน ถึงขั้นที่เรียกว่า สิบโทแก้ว ต้องลาออกจากราชการทหารไปขอลาบวชเลยทีเดียว เรื่องมันเป็นยังงี้ครับ อ.ตุ้ย เล่าต่อไปว่า

        วันนั้น สิบโทแก้ว ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากเที่ยวผู้หญิง หรือที่ชาวบ้านชอบเรียกว่าไปเที่ยวซ่องกาญจนบุรีนั่นแหล่ะ พอมาถึงทางโคง ก็ไม่รู้ว่า สิบโทแก้ว เมาหรือเปล่า ขับขี่รถจักรยานยนต์แหกโค้ง เข้าไปชนกับเสาไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็กชนิดผ่ากลางเลย รถจักรยานยนต์หลุดออกจากตัว เสาไฟฟ้าส่วนบนปะทะใบหน้า ส่วนล่างปะทะลูกอัณฑะ ร่างกาย สิบโทแก้ว คาที่อยู่ตรงกลางเสาไฟฟ้า ลูกอันฑะจะถึงขั้นแตกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่สิบโทแก้ว สลบเหมือด  พลเมืองดีนำส่ง โรงพยาบาล ทันที พอถึง โรงพยาบาล หมอรีบนำร่างเข้าห้อง ไอซียู เลือดโชกเต็มร่าง อนิจา ! หมอบอกว่า จะต้องจับเอ็กซเรย์พร้อมกับเย็บแผลบริเวณลูกอันฑะให้สิบโทแก้ว ทันที ส่วนจะเป็นอะไรมากหรือไม่นั้น ต้องรอดูผลของการเอ็กซเรย์เสีกก่อน รวมถึงเมื่อไรจะฟื้นก็ยังไม่มีใครตอบได้ เพราะยังสลบไม่ฟื้น ผมมารู้ทีหลังว่า สาเหตุที่ สิบโทแก้ว ขับขี่รถจักรยานยนต์จนไปชนเสาไฟฟ้า ได้รับบาดเจ็บสาหัสครั้งนี้ เป็นเพราะตัวเขาตกใจที่มองเห็นวิญญาณแฟนสาวของ สิบโทธาดา คนที่กินยานอนหลับฆ่าตัวตายคนนั้นแหล่ะ ยืนจ้องหน้าเขาอยู่ข้างทาง สิบโทแก้ว เลยบิดคันเร่งจักรยานยนต์ เพื่อจะหนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ สุดท้าย ก็แหกโค้งชนเสาไฟฟ้า

        อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เล่าต่อไปว่า หลังจากที่ สิบโทแก้ว ฟื้นแล้ว อวัยวะภายในไม่ได้เป็นอะไรมาก ลูกอันฑะบวมช้ำ พราะปะทะกับเสาไฟฟ้าอย่างแรง ต่อมา สิบโทแก้ว จึงได้รู้ว่า ความรู้สึกทางเพศของเขา ได้สูญเสียไปเฉยๆ เพราะนับตั้งแต่อุบัติเหตุวันนั้นเป็นต้นมา เขาไม่เคยมีความรู้สึกทางเพศอีกเลย สิบโทแก้ว บอกเรื่องนี้กับเพื่อนๆ จนข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งกรมทหาร

        **ผู้เขียนถามว่า สิบโทแก้ว ได้รักษาอาการที่กล่าวมานี้หรือเปล่า หรือว่าพอไม่มีความรู้สึกทางเพศก็เลยปล่อยให้เลยตามเลย อย่างนั้นใช่ไหม ?**
        อ.ตุ้ย กล่าวว่า รักษาซีครับ รักษาทั้งหมอแผนปัจจุบันทั้งหมอแผนโบราณ รักษามาทั้งหมดก็หลายคน แต่ไม่มีหมอคนไหนรักษาเขาให้หายขาดได้ เหมือนเป็นโรคเวรโรคกรรม เวรกรรมที่ไปข่มขืนแฟนเพื่อนไงล่ะ จนเธอต้องฆ่ากินยาฆ่าตัวตาย
นอกจากนั้น สิบโทแก้ว ยังเล่าให้ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ฟังเพิ่มเติมว่า วิญญาณแฟน สิบโทธาดา ยังมาหลอกหลอนเขาตอนที่นอนป่วยใน โรงพยาบาล ผมถามเขาว่านอนฝันไปหรือเปล่า สิบโทแก้ว ยืนยันว่า เขาไม่ได้นอนฝัน เขายังนอนไม่หลับ แต่เห็นแฟน สิบโทธาดา มายืนอยู่ที่ปลายเตียง ผมต้องยกมือสาธุบอกเธอไปว่า ให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบเถอะ สิบโทแก้ว เล่าไปขนลุกไป แต่วิญญาณแฟนสาว สิบโทธาดา กลับบอก สิบโทแก้ว ว่า  เธอไม่ได้ทำอะไรนะ เธอไม่ได้โกรธแค้นนะ  เธอไม่ได้กลั่นแกล้งเขานะ แต่ สิบโทแก้ว ทำไมต้องทำกับเธออย่างนี้ จนกระทั่งเธอต้องกินยาฆ่าตัวตาย และ ยังบอกอีกว่า “เดี๋ยวก็ไปแล้ว- เดี๋ยวก็ไปแล้ว” สิบโทแก้ว เล่าให้ อ.ตุ้ย ฟังในฐานะเพื่อทหารที่สนิทคนหนึ่งเช่นกัน
  
        เรื่องนี้ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ได้วิเคราะห์ให้ผู้เขียนฟังว่า ผีหรือวิญญาณแฟนสาว สิบโทธาดา อาจไม่ได้มาต่อว่าอะไรมากมาย เพียงแต่บางอย่าง สิบโทแก้ว อาจจะมโนจิตคิดมากไปเอง วิญญาณอาจจะมาบอกเพียงว่า เธอใม่ได้กลั่นแกล้งเขานะ และก็ตัดพ้อว่าไม่น่าทำกับเขาอย่างนี้เลย
        จึงพอสรุปให้ฟังว่า เวรกรรมมีจริง “ทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่ว” ในเมื่อ สิบโทแก้ว ทำความชั่วถึงขนาดไปข่มขืนแฟนเพื่อน คือ สิบโทธาดา ทั้งๆ ที่ฝ่ายผู้หญิงก็บอกแล้วว่าเธอรักและเป็นแฟนของ สิบโทธาดา แต่สิบโทแก้ว ก็ยังบุกปล้ำและข่มขืนเธอจนได้ จนทำไห้เธอเสียใจและต้องกินยานอนหลับมากเกินขนาด จนเธอหหลับแล้วไม่ตื่น เสียชีวิตไปเลย
 
        สุดท้าย สิบโทแก้ว ก็ต้องรับกรรม ด้วยการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปชนเสาไฟฟ้า แล้วหมดสมรรถภาพทางเพศ ไม่มีความรู้สึกอีกเลย เพื่อนๆ ทั้งฝ่ายผู้ชายที่เป็นทหาร และฝ่ายผู้หญิงที่เป็นเพื่อนของแฟน สิบโทธาดา ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่า ความจริง แฟน สิบโทธาดา เธอรัก สิบโทธาดา มาก ส่วน สิบโทแก้ว เธอรักแบบพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่ สิบโทธาดา ก็วางตัวเป็นแบบสุภาพบุรุษ ช้าเกิน ส่วน สิบโทแก้ว ได้โอกาส ก็ปุ๊ปปั๊ปจู่โจมเลย เรื่องก็เลยบานปลายเช่นนี้
  
        **ผู้เขียน ถาม อ.ตุ้ย ว่า แล้ว สิบโทแก้ว นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณกี่วัน ตอนที่ออกมา หายดีเลย  หรือต้องนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้านครับ ?**
อ.ตุ้ย กล่าวว่า นอนป่วยอยู่ใน โรงพยาบาล ประมาณ 10 วันเห็นจะได้ พอหมอให้กลับบ้าน ก็นอนพักฟื้นที่บ้านได้ไม่กี่วัน ก็มาทำงานที่กรมแล้ว เพราะไม่มีการผ่าตัด แต่ทำไมความรู้สึกทางเพศจึงได้หายไป เพื่อนๆ ในหมู่ทหารแปลกใจกันมาก แต่ผมนึกในใจนะ ก็กรรมไงล่ะ กรรมชัดๆ กรรมเดี๋ยวนี้ติดจรวดนะ ทำปุ๊ปไม่นานก็เห็นปั๊ปทันทีนั่นแหล่ะ

        ผมจึงต้องตักเตือนท่านผู้อ่านบ่อยๆ รวมถึงตักเตือนท่านผู้ชมผ่านทีวีผ่านดาวเทียมอีกด้วยว่า มนุษย์ที่มีโอกาสเกิดเป็นคนหรือมนุษย์แล้ว ต้องหมั่นสั่งสมบุญ สร้างความดี อย่าทำบาป จะเป็นสิ่งสุดยอดขงคนที่ได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์หรือคน ถ้าไม่รีบทำหรือรีบตักตวงความดี ตายแล้วก้ไม่มีโอกาสแล้ว ถ้าไม่ได้ไปสู่ในที่สุคติจะทำอย่างไร เมื่อถึงตอนนั้นก็คงสายเสียแล้ว  ยังไงยังไงก็ต้องรีบสั่งสมบุญ ผู้ที่ให้ผมทำการเอ็กซเรย์ทุกคน ก่อนจบผมจะต้องแนะนำให้เขาไปสร้างกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะมุ่งเน้นไปดูว่า บุญกุศลอะไรที่เขาได้ขาดหายไป หรือสั่งสมมาน้อย ทั้งในอดีตชาติและเมื่อตอนเด็กๆ เมื่อผมแนะนำและเขาไปทำตามที่ผมแนะนำ ก็ถือว่าได้บุญทั้ง 2 ฝ่าย บุญเท่านั้นที่จะทำให้คนเราไม่ลำบาก นี่เป็นเรื่องจริง ส่วนจะเชื่อหรือไม่นั้น  คงว่ากันไม่ได้เช่นกันเรื่องที่เพื่อนๆ ทหารด้วยกันวิพากษ์วิจารณ์กันมากยังมีอีกเรื่อง สำคัญเสียด้วย เรื่องนั้นก็คือ สิบโทแก้ว นอกจากจะไปบุกปล้ำข่มขืนแฟนสิบโทธาดาแล้ว ยังนำโรคซิฟิริส ไปติดทางฝ่ายหญิงอีกด้วย แม่ของฝ่ายผู้หญิงรู้ก็เพราะ ไปเจอใบแพทย์มีระบุไว้ ยุคนั้นยังไม่มีโรคเอดส์
  
        กรรมของ สิบโทแก้ว ยังไม่จบอยู่แค่นั้นนะ อ.ตุ้ย ย้ำกับผู้เขียน ลองมาดูซิว่า สิบโทแก้ว ยังต้องงรับบรรมอะไรอีก กล่าวคือ สิบโทแก้ว มีน้องสาว น้องสาวก็ไปรักและติดพันกับ “พลทหารหนุ่ม” คนหนึ่ง  พลทหารคนนี้ก็บังเอิญเป็นคนเจ้าชู้ ไปมีแฟนมีกิ๊กกันหลายคน จนทำให้น้องสาว สิบโทแก้ว เกิดความน้อยใจและคิดมาก จนต้องใช้มีดคัตเตอร์ ไปกรีดบริเวณข้อมือโดนเส้นเลือดใหญ่ เลือดไหลไม่ยอมหยุด ยังโชคดีที่มีผู้มาพบเห็นเสียก่อน จึงต้องรีบนำตัวรีบส่ง โรงพยายาล หมอบอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด น้องสาว สิบโทแก้ว คงต้องตาย เพราะเลือดออกมากนั่นเอง สิบโทแก้ว มาปรึกษากับผม อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ กำลังเล่าเรื่องที่ สิบโทแก้ว มาขอคำปรึกษากับท่าน กำลังถ่ายทอดเรื่องราวให้ท่านผู้อ่านฟัง สิบโทแก้ว กล่าวว่า ตุ้ย ! ผมมาย้อนคิดเรื่องราวในอดีตต่างๆ ที่เกิดขึ้นนะ นับตั้งแต่ผมไปฟันแฟนสาวของ สิบโทธาดา จนทำให้เธอต้องตั้งท้อง จนทำให้เธอต้องกินยานอนหลับฆ่าตัวตายในที่สุด ต่อมา น้องสาวผมก็มาอกหัก  คิดฆ่าตัวตาย ด้วยการเชือดแขนตัวเอง แต่มีคนช่วยได้ทัน ผมจึงพอสรุปได้ว่า ผมต้องทำยังไง
  
        อ.ตุ้ย ย้อนถาม สิบโทแก้ว ว่า แล้วจะทำยังไงล่ะ สิบโทแก้ว ตอบว่า ลาออกจากราชการครับ ลาออกเพื่อบวชอุทิศกุศลไปให้เธอ อีกทั้งยังจะช่วยให้จิตใจสงบด้วย ผมถามอยู่คำหนึ่ง อ.ตุ้ย กล่าวว่า คิดดีแล้วหรือ ตั้งใจแน่วแน่แล้วหรือ ถ้าทำได้ก็ดีนะ แต่การลาออกจากราชการ มันเป็นเรื่องใหญ่นะ ลองไปคิดให้ดีอีกซัก 2-3 วัน ปรึกษากับคนหลายคน รวมทั้งเพื่อนๆ หรือผู้บังคับบัญชาว่าเป็นยังไง จากนั้น สิบโทแก้ว ก็ล่ำลาขอตัวกลับไปก่อน
นับตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เจอ สิบโทแก้ว อีกเลย ต่อมาก็ทราบจากเพื่อนๆ ว่า สิบโทแก้ว ได้ลาออกจากราชการไปบวชจริงจริงๆ ส่วนจะไปบวชที่วัดไหนผมยังไม่รู้ และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่เจอ สิบโทแก้ว อีกเลย บทเรียนของเรื่องนี้ก็คือ เกิดเป็นคนต้อง “ละความชั่ว-สร้างความดี-ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” คือปณิธานที่คนเราทุกคน ต้องระลึกถึงตลอดเวลา เหมือนคำที่ผมชอบพูดว่า “สติมา-ปัญญาเกิด” แล้วสติจะเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ มันมิฟุ้งซ่านไปทั้งวันทั้งคืนหรือ สติจะมาได้ ก็ต้องมีสมาธิ มีสมาธิก็ต้องมีคำภาวนา “พุทโธ” หรือ "สัมมาอะระหัง” ตามความถนัดของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดนั่นเอง อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ สรุปก่อนจบเพียงเท่านี้.

-ณัชพล เทพนิมิต-


ข่าวโดย : คนตาทิพย์ทะลุมิติ
วันที่พิมพ์ :
เวลา : 04:39:44:AM