คนตาทิพย์ดอทเน็ต
www.kontatip.net


ข่าว : ตอน : เรื่องสยองวัดป่า สามล้อผีสิง

ตอน
        เมื่อ พ.ศ.2521 ข้าพเจ้าบวชเป็นสามเณรน้อยที่วัดป่าศาลาวิเวก อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นวัดป่าที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ถนนหนทางเปล่าเปลี่ยว ไฟฟ้าไม่สว่าง ห่างไกลจากผู้คนและรถรา ผู้คนส่วนมากไม่ค่อยกล้าเข้าไปที่วัดนั้น ช่วงกลางคืนยิ่งไม่มีเลย ข้าพเจ้าและเพื่อนสามเณรอาศัยอยู่วัดป่าราว 5-6 รูป ทุกๆ เย็นจะต้องเดินไปเรียนที่วัดศรีบุญเรือง ต.ในเมือง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. เป็นประจำ

        พอเลิกเรียนพวกเราก็เดินกลับวัด ถ้าเลิกไม่พร้อมกันแต่ข้าพเจ้าเลิกก่อนก็จะเดินกลับลำพัง รู้สึกเฉยๆ มากกว่ากลัวเพราะเดินจนชินแล้ว…เส้นทางระหว่างสองวัดนั้น มีสามล้อปั่นรับจ้างสำหรับผู้ต้องการความสะดวกอีกด้วย อยู่มาวันหนึ่งได้ทราบข่าวว่ามีรถบรรทุกสิบล้อชนคนปั่นสามล้อตายคาที่ ! ชาวบ้านเชื่อว่าคนที่ตายโหงต้องนำศพไปฝังที่วัดจนครบ 5 ปีจึงจะขุดขึ้นมาเผา ดังนั้นศพคนถีบสามล้อถึงถูกนำไปฝังใกล้ๆ กุฏิที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ ขณะนั้นกุฏิในวัดป่าจะสร้างห่างกันมาก และข้อบังคับของทางวัดก็คือห้ามอยู่ด้วยกัน คือกุฏิหนึ่งหลังจะต้องอยู่คนเดียว! คืนหนึ่ง หลังจากเลิกเรียน ข้าพเจ้าติดธุระกับเพื่อนสามเณรในวัดศรีบุญเรือง พูดคุยธุระกับเพื่อนเกือบ 4 ทุ่มก็เดินทางกลับไปยังวัดป่า ช่วงนั้นถือว่าเป็นเวลาดึกมากแล้ว

        ก่อนถึงวัดป่าราว 1 กิโลเมตร ข้าพเจ้าเดินมาเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดสลัว สองข้างทางมีแต่หมู่ไม้ดำทะมึน ได้ยินเสียงนกร้อง ลมพัดยอดไม้หวีดหวิวชวนให้วังเวงใจยิ่งนัก ข้าพเจ้าปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีอะไร เพราะเคยเดินไปมาคนเดียวบ่อยครั้ง… ขณะนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนปั่นสามล้อตามมาข้างหลัง…เมื่อมาถึงใกล้ๆ ตัวก็มองเห็นสารถีมีผ้าโพกหัวสีแดง สะพายย่ามใบโต ด้านหลังมีมีดเล่มใหญ่ เขาเอ่ยปากทักขึ้นว่า…เณรจะเข้าไปวัดป่าใช่ไหม? ข้าพเจ้าตอบว่า…ใช่แล้วโยม แต่แล้วใจหนึ่งก็นึกวูบไปถึงคนถีบสามล้อที่ถูกรถสิบล้อชนตาย แม้เดี๋ยวนี้ศพก็ยังฝังอยู่ในวัด ! คนปั่นสามล้อเลยชวนข้าพเจ้าขึ้นรถ แต่ก็ปฏิเสธไป บอกว่าจะเดินกลับเองเพราะใกล้จะถึงวัดแล้ว แต่เขาคะยั้นคะยอจนข้าพเจ้าใจอ่อน ตัดสินใจขึ้นสามล้อจนได้ ตอนที่นั่งอยู่นั้น ก็นึกสงสัยว่า เวลาเกือบ 5 ทุ่มแล้ว สามล้อคนนี้จะเข้าไปในวัดทำไม? แต่ก็ไม่กล้าถาม ได้แต่คิดอยู่ในใจ

        ตลอดทางเราไม่ได้พูดจาอะไรกันเลย จนใกล้จะถึงจุดหมาย ข้าพเจ้ารู้สึกว่าสามล้อค่อยๆ ช้าลง…ช่วงนั้นมีต้นไม้ปกคลุม แสงสว่างจากไฟฟ้าก็ไม่มี มีแต่แสงสลัวจากดวงจันทร์ในความเงียบเชียบเท่านั้น เมื่อถึงหน้ากุฏิ คนถีบสามล้อถามว่า…ถึงกุฏิหรือยัง? ข้าพเจ้าตอบว่าถึงแล้ว ! จอดๆ เขาก็ทำตามโดยดี ข้าพเจ้าถามว่า…เอาเท่าไรโยม? เขาบอกว่า…ไม่เอาหรอกสามเณร ขณะที่ลงจากรถ แล้วมองไปที่ใบหน้าของสารถียามดึก ก็เห็นใบหน้าเขาดำปี๋เหมือนไม่ใช่คน เล่นเอาใจระทึก แต่ก็ตอบเขาไปว่า…ขอบใจมากนะ คุณโยม ก่อนจะเดินขึ้นกุฏิ รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างทำให้เหลียวมองไปยังคนปั่นสามล้อที่หันหลังกลับ

        คุณพระช่วย! เขาปั่นสามล้อไปที่หลุมฝังศพ…แล้วเลือนหายไป ! ข้าพเจ้าสะบัดหน้างุนงง ไม่แน่ใจว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า? หรือจะเป็นเพียงภาพลวงตาก็ได้ เพราะขณะนั้นดึกมากแล้ว กับมีเสียงแสงจันทร์ส่องสลัวเท่านั้นเอง เหตุการณ์แปลกประหลาดในคืนนั้นข้าพเจ้าเก็บเงียบ ไม่ได้เล่าให้เพื่อนๆ หรือผู้อื่นฟังแม้แต่คนเดียว

        รุ่งขึ้นเป็นวันพระ คืนนั้นเราก็ไปเรียนที่วัดศรีบุญเรืองตามเคย ขากลับก็กลับคนเดียวเหมือนคืนก่อน ปรากฏว่าได้พบกับสามล้อคนเก่า และเหตุการณ์ก็เหมือนกับคืนแรกทุกประการ ! ข้าพเจ้าจึงแน่ใจว่า โดนผีสามล้อหลอกหลอนเข้าจริงๆ ถึงสองคืนติดๆ กัน

        ในที่สุด จึงนำเรื่องขนหัวลุกไปเล่าให้เพื่อนๆ และเจ้าอาวาสฟัง ท่านอาจารย์จึงแนะนำให้ข้าพเจ้ากรวดน้ำแผ่เมตตาให้กับวิญญาณของสามล้อผู้นั้น ข้าพเจ้าก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านแต่โดยดี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าก็ไม่ได้พบกับสามล้อผีสิงคันนั้นอีกเลย หวังว่าวิญญาณของเขา คงจะไปสู่สุคติแล้ว !



ข่าวโดย : shock.mthai
วันที่พิมพ์ :
เวลา : 04:38:23:AM