home register readnews weblink forum contact
homeindex tooyhelp clipvdo tooyghost colum

            
          


อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ฉายา คนตาทิพย์ ดูดวงให้ท่านตลอดปี 2560


คลิปวิดีโอ - คนตาทิพย์ ตุ้ย เอ็กซเรย์ ได้ทำนายไว้ว่า
บารัก โอบาม่า จะได้เป็น ประธานาธิบดี 2 สมัย
บอล กับ นาตาลี เป็นแค่เพื่อน เตรียมนับถอยหลัง

  สารบัญเว็บลิงค์
มุมสมุนไพร

AlternativeComplete.com แหล่งรวมความรู้สมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค

herblpg.com :: ลำปางรักษ์สมุนไพร

samunpai.com สมุนไพรดอทคอม จุดหยุดเพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก


  สถิติเว็บไซต์


หน้าแรก » คนตาทิพย์ทะลุมิติ เรียบเรียงโดย ณัชพล เทพนิมิต » ตอนที่ 8 : อุทิศกุศลให้ผีตายโหง พิมพ์ข่าว  ส่งข่าวนี้ให้เพื่อน

"ตอนที่ 8 : อุทิศกุศลให้ผีตายโหง "
ตอนที่  8 : อุทิศกุศลให้ผีตายโหง

        อ.ต้ย เอ็กซเรย์ บอกผู้เขียนเสมอๆ ว่า เรื่องราวต่างๆ ที่ท่านเคยสัมผัสมานั้น มีมากมาย แต่ท่านผู้ฟัง หรือท่านผู้อ่าน อยากจะให้ท่านเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผีๆ สางๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ พูดง่ายๆ ว่า ท่านผู้ฟังท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ มักจะชอบเรื่องที่เกี่ยวกับผีสางหรือการสัมผัสวิญญาณ ดังนั้น ผู้เขียน จึงต้องขอให้ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับเรื่องราวของวิญญาณเสียเป็นส่วนใหญ่ ท่านบอกว่า ต้องรอให้เรื่องราวที่เกี่ยวกับการสัมผัสวิญญาณหมดเสียก่อน จึงค่อยเล่าเรื่องประเภทอื่นๆ ต่อไป สำหรับเรื่องที่ท่านกำลังจะเล่าต่อในวันนี้ เป็นเรื่องของวิญญาณเด็กหรือผีเด็ก ที่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำตาย เรื่องนี้นานประมาณกว่า 10 ปีมาแล้ว ไปฟังท่านเล่าดีกว่าครับ

        อ.ตุ้ย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ผมไปหาเพื่อนในพื้นที่ เขตบางกระปิ ย่านแฮ๊ปปี้แลนด์  คลองจั่น บริเวณนั้นมีบ่อน้ำใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ผมไปดูคนแถวนั้นตกปลากัน ช่วงนั้น เป็นเวลาเย็นแล้ว น่าจะเป็นเวลาประมาณ 18.00 น. ผมนั่งอยู่ได้ครู่หนึ่ง ก็ปรากฏว่า พอผมมองไปไกลๆ อีกฟากหนึ่ง ผมก็ได้เห็นภาพเชิงซ้อนขึ้นมาภาพหนึ่ง มันเหมือนมีผีนั่งซ้อนกับคน ที่กำลังนั่งตกปลาอยู่
       
        ผีเด็ก 1 ตน กำลังนั่ง ส่วนผีผู้ใหญ่ 1 ตน กำลังยืน วันนั้น จำได้ว่า ผมไม่ได้กำหนดจิตที่จะเห็น แต่ภาพมันออกมาให้เห็นเอง ผมอยากรู้ความเป็นจริง ก็เลยเดินเข้าใกล้ๆ เดินไปหาวิญญาณทั้งสองตนทันที ระหว่างที่กำลัง เดินเข้าไป เดินเข้าไป จนใกล้นั้น ผมพยายามกำหนดจิตสัมผัสกับผีเด็กตนนั้นก่อน แต่ก็ไม่ได้รับการโต้ตอบแต่อย่างไร ผมกำหนดจิตติดต่ออีกครั้ง ก็ยังไม่ได้รับการโต้ตอบอีก ผีเด็กตนนั้น ไม่ได้รับรู้อะไรจากผมเลย ได้แต่หันหน้าไปทางข้างหน้า หันไปทางบริเวณบ่อตกปลา
 
        ส่วนผีผู้ใหญ่นั้น ก็ยังคงยืนอยู่ใกล้ๆ กับผีเด็ก แต่พอผมเดินไปถึงระยะที่ใกล้กับตัวผีทั้งสองเท่านั้น ผีผู้ใหญ่ก็หันหน้ามามองผมทันที พอสายตาประสานกัน เหมือนเขามีอาการดีใจ ดีใจที่สามารถติดต่อกับมนุษย์อย่างผมได้ ผมสามารถสัมผัสกับเขาได้ เหมือนกับเป็นช่วงเวลาที่พอดีกัน ผมรู้ว่า เขาพยายามที่จะทำให้ตัวของเขา ชัดขึ้น ชัดขึ้น และ ชัดขึ้น แต่ก็มีเวลาที่ไม่มาก จากนั้น ผมก็ได้ยินคำว่า “กุศล.....ขอกุศลด้วย”
 
        แต่ผมอยากจะรู้อะไรมากกว่านี้ เพราะเจอแต่วิญญาณที่พูดได้อยู่คำเดียวว่า “ขอกุศล” ผมจึงถามไปว่า อยู่ที่นี่หรือ ไม่มีเสียง ไม่มีคำตอบจากผีผู้ใหญ่ตนนั้น แต่ผมรู้คำตอบจากทางจิตว่า “ไม่ได้อยู่ที่นี่” แค่วิญญาณลอยมาแถวนี้เท่านั้น ผีผู้ใหญ่ ยังบอกกับผมว่า ผีเด็กที่เห็นอยู่นี้ เป็นผีเด็กที่จมน้ำตายตรงจุดนี้
  
        ผมถามต่อไปว่า ผีเด็กตนนี้ จมน้ำตายมานานหรือยัง ผีผู้ใหญ่ ตอบว่า จมน้ำตายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ผมกับผีผู้ใหญ่ คุยกันได้เพียงครู่เดียว ภาพผีผู้ใหญ่ก็จางหายไปทันที เพราะพลังของเขาเริ่มหมดเหมือนกัน แต่ก่อนที่ภาพของเขาจะจางหายไป ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง คือคำว่า “ขอกุศลด้วย” พอผีผู้ใหญ่หายไปแล้ว ผมหันไปดูผีเด็ก ก็ยังเห็นนั่งเล่นอยู่ที่เดิม คราวนี้ ผมทดลองเดินเข้าไปหาผีเด็กอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อกันได้ ผมจึงกำหนดจิตบอกผีเด็กไปว่า เดี๋ยวจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้นะ สักครู่เดียว ภาพผีเด็กตนนั้นก็หายตามไปด้วย โดยที่ผมก็ยังไม่รู้เลยว่า ผีเด็กตนนี้ มีความเป็นมาอย่างไร  เป็นผีเด็กที่ยังเล็กอยู่เลย เป็นผีเด็กผู้ชาย น่าจะมีอายุประมาณ 7 ขวบเห็นจะได้ ผมนั่งเล่นต่อไปจนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. จึงได้เดินทางกลับบ้าน
  
        แต่ก่อนจะกลับ ผมอดไม่ได้ที่จะต้องพิสูจน์ความจริงอีก ผมเดินไปยังร้านค้าแถวนั้น ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นบ้านหลังๆ คล้ายหมู่บ้านจัดสรร แต่มีร้านค้าอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน มีอยู่ร้านหนึ่ง เป็นร้านขายเบ็ดและอุปกรณ์ตกปลา ผมเดินเข้าไปร้านนี้ทันที แต่ก่อนที่ผมจะถามความจริงในเรื่องอะไร ผมก็ต้องทำทีทักทายกับเขาไปก่อน กลัวเขาจะตกใจ ผมถามว่า วันหนึ่งๆ ที่ร้านมีคนเข้ามาซื้อเบ็ดตกปลา และอุปกรณ์ตกปลามากไหม เจ้าของร้านตอบว่า พอไปได้ มีคนเข้ามาอุดหนุนอยู่เรื่อยๆ
  
        จากนั้น ผมก็ถามตรงประเด็นเลยว่า พี่ครับ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว สภาพแถวนี้ มีลักษณะเหมือนอย่างปัจจุบันหรือเปล่า พี่เขาก็ตอบว่า สภาพแถวนี้ เมื่อก่อนก็เหมือนปัจจุบันนี้แหล่ะ และก็มักจะมีเด็กๆ มาว่ายน้ำเล่นกันที่ บ่อตกปลาแห่งนี้  พอเขาพูดมาแบบนี้  ก็เข้าทางผมเลย ผมยิงคำถามต่อไปว่า แล้วที่บ่อตกปลาแห่งนี้ ลึกมากไหม เขาตอบทันทีว่า บ่อตกปลาแห่งนี้ลึกมาก
  
        ผมยิงคำถามต่ออีกว่า แล้วเคยเกิดอุบัติเหตุกับเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำที่บ่อตกปลาแห่งนี้หรือไม่ แล้วพี่อยู่ที่นี่มานานหรือยัง คนขายตอบทันทีว่า เคยมีครับ เคยมีเด็กจมน้ำตายที่นี่ ผมอยู่ที่นี่มานานกว่า 20 ปีแล้วครับ เด็กที่จมน้ำตายนั้น เป็นลูกของคนงานก่อสร้าง คนพี่ตาย คนน้องรอด สองคนเป็นพี่น้องกัน รู้สึกว่าคนตายจะเป็นผู้ชาย เด็กทั้งสองคนเป็นลูกของคนงานก่อสร้าง ที่มารับจ้างก่อสร้างบ้าน ใกล้ๆ กับบ่อน้ำแห่งนี้
  
        ผมบอกกับคนขายเบ็ดตกปลาไปว่า ที่ถามน่ะ เพราะผมได้ข่าวมา จึงอยากทราบว่าจะเป็นความจริงหรือเปล่า ส่วนในใจผมนั้น ก็คิดแต่ว่า คงต้องหาทางช่วยวิญญาณเด็ก ด้วยการทำบุญอุทิศกุศลไปให้ เพราะวิญญาณเด็กตนนี้ ไปไหนไม่ได้เลย อยู่ได้แต่บริเวณบ่อตกปลาแห่งนี้แห่งเดียว ผมเอ็กซเรย์ได้เช่นนั้น
 
        จากนั้น ผมก็เดินทางกลับไปที่บ้านเพื่อน ตั้งใจว่า จะรอให้ถึงเวลาสักประมาณ 22.00 น. ค่อยเดินทางกลับมาที่บ่อตกปลาแห่งนี้อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง เพราะผมเชื่อด้วยว่า วิญญาณน่าจะมีมากกว่านี้อีก เดี๋ยวรอการพิสูจน์ในคืนนี้
 
        จนกระทั่งถึงเวลา 22.00 น. ผมก็เดินทางไปที่บ่อตกปลาอีกครั้ง พอไปถึงบริเวณนั้น โอ้โฮ ! มันเป็นหนังคนละม้วนเลย คนละม้วนกับเมื่อช่วงเย็น เพราะในตอนดึกขณะนี้ ผมเห็นวิญญาณบริเวณนั้นเต็มไปหมด มันเป็นภาพเชิงซ้อน ยืนปะปนอยู่กับมนุษย์ มีทั้งกลุ่มที่ลอยอยู่บนน้ำ เป็นวิญญาณผู้หญิงและผู้ชาย  ส่วนอีกกลุ่ม ผมเห็นเป็นภาพลางๆ มีจำนวน 4 ตน ผมถามพวกเขาเลยว่า อยู่ที่นี่มานานหรือยัง แต่วิญญาณไม่ยอมตอบผมสักตน ผมถามซ้ำอีกครั้ง  วิญญาณก็ยังไม่ยอมตอบอีก ผมสันนิษฐานว่า วิญญาณคงไม่มีกำลังที่แรงพอ ไม่พอที่จะสื่อสารกับผมได้
  
        สรุปว่า วิญญาณที่ผมเห็น ส่วนที่ลอยอยู่บนน้ำ เป็นหญิงและชายรวมจำนวน 2 ตน และส่วนที่อยู่บนบก มีทั้งนั่งและยืนรวมจำนวน 4 ตน เป็นชาย 3 หญิง 1 ส่วนวิญญาณเด็กผู้ชายที่ผมเห็นในช่วงหัวค่ำนั้น  ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนกัน สำหรับอายุของวิญญาณทั้งหมดที่เห็นในตอนนั้น น่าจะประมาณ 30-40 ปี
  
        แต่ที่สำคัญ พอวิญญาณบางตนรู้ว่า ผมสามารถมองเห็นเขาได้ ก็ทำท่าดีใจ พยายามจะพูดจะคุยกับผมทันที แต่ก็ไม่มีเสียง ไม่สามารถสื่อสารกันได้ ผมมองเห็นได้แค่ภาพเท่านั้น ผมต้องเปลี่ยนวิธีตามแบบฉบับของผม นั่นก็คือ  ผมใช้วิธีการกำหนดทางจิต ถามทางจิตว่า เขาพูดอะไร และผมก็รู้ด้วยทางจิตเช่นกันว่า วิญญาณทั้ง 4 ตนนั้น ตายพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาบอกว่า พวกเขาไม่ใช่คนแถวนี้ พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่พวกเขาตายมาจากที่อื่น ตายจากเส้นทาง แยกมีนบุรี แล้วถูกนำตัวมาฝากไว้ที่นี่ก่อน
  
        สำหรับวิญญาณอีก 2 ตนที่บอกว่า ลอยอยู่เหนือน้ำนั้น ผมก็กำหนดจิตถามเขาเหมือนกัน แต่ปรากฏว่า ไม่มีสัญญาณตอบสนองเลย แต่ผมก็สามารถรู้โดยทางจิตว่า วิญญาณทั้ง 2 ตน จมน้ำตาย มิน่าเล่า เราจึงมองเห็นพวกเขาทั้ง 2 ลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ภาพที่ปรากฏออกมา ก็แทบเหลือเชื่อเช่นกัน เพราะวิญญาณทั้ง 2 ตน จมน้ำตายในคูน้ำตื้นๆ เท่านั้น ผมเห็นภาพอุบัติเหตุของเขา ไปตายในท้องที่ เขตมีนบุรี เลยไปอีกเล็กน้อย เป็นภาพที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน แล้วรถตกลงไปในคูคลองตื้นๆ แต่รถจักรยานยนต์ได้ล้มทับคนทั้ง 2 จนไม่สามารถลุกขึ้นมายืนได้ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ พูดง่ายๆ ว่า พวกเขาทั้ง 2 ไม่สามารถดึงตัวเองให้ออกมาจากตัวถังรถจักรยานยนต์ ที่กำลังล้มทับเขาทั้ง 2 ประกอบกับไม่มีผู้คนผ่านสัญจรไปมาในย่านนั้นสักคน พวกเขาทั้ง 2 จึงต้องเสียชีวิตลง ณ จุดที่มีน้ำตื้นๆ แห่งนั้นเอง
  
        ที่ผมรู้ ก็เพราะผมเห็นภาพ ภาพมันฟ้องอย่างนั้น แต่ผมไม่สามารถรู้ว่า ทั้ง 2 คน ตายมานานแล้วแค่ไหน ตายมา กี่วัน-กี่เดือน-กี่ปี แล้ว แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ ผมคาดว่า น่าจะมีข่าวออกทางหน้า หนังสือพิมพ์ ในขณะนั้นเช่นกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานประมาณ 10 กว่าปีแล้ว
  
        วันรุ่นขึ้น เป็นช่วงเวลาเช้า ผมเรียกรถแท็กซี่บึ่งรถไปย่าน เขตมีนบุรี ทันที พอรถวิ่งไปถึงแยก มีนบุรี ผมบอกให้โชเฟอร์ ขับรถชลอให้ช้าลง ให้ขับไปช้าๆ ไปเรื่อยๆ สายตาผมก็กวาดไปข้างทางตลอด ผมต้องคอยกำหนดถามทางจิตเช่นกัน จนกระทั่ง โอ้โฮ ! เจอเลย  ผมมองเห็นรอยรถเฉี่ยวชนกัน เศษกระจก ไฟเลี้ยว ยังตกแตกอยู่บริเวณนั้น ผมลงจากรถทันที ตั้งใจจะถามคนบริเวณนั้น แต่ก็หาคนถามไม่ได้ เพราะบริเวณนั้น เป็นที่เปลี่ยวมาก ปลอดผู้คนเดินสัญจร  ผมรออยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังไม่เห็นจะมีใครเดินผ่านมาอีก ผมก็เลยต้องเรียกรถแท็กซี่กลับ
  
        ผมคิดอยู่ในใจว่า แค่นี้ก็รู้เรื่องแล้วว่าเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องถามใครก็ได้ หลักฐานบอกชัดเจน ทั้งกระจกรถที่แตก และไฟเลี้ยวของรถจักรยานยนต์ที่หล่นหัก และถึงแม้ว่าวิญญาณจะสื่อสารกับผมไม่ได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม  แต่ผมก็รู้อยู่เต็มอกแล้วว่า ร้อยทั้งร้อย วิญญาณทุกวิญญาณ ล้วนจะต้องขอส่วนกุศลจากเราทั้งสิ้น และช่วงนั้น ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบสร้างกุศลอยู่บ่อยๆ ดังนั้น พอผมเดินทางกลับถึงบ้านเพื่อน  เลยเวลาผ่านไปอีกประมาณ 2 วัน ผมก็ไปทำบุญให้วิญญาณทั้งสองกลุ่มทันที
 
        กลุ่มแรก คือวิญญาณ 4 ตนที่ตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ และ กลุ่มที่สอง คือวิญญาณ 2 ตนที่ตายด้วยอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ตกลงคูคลอง หลังการทำบุญแล้ว ผมหวนกลับไปที่บ่อน้ำแห่งนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ ผมมองไม่เห็นวิญญาณเหล่านั้นอีกเลย แต่ทันทีที่ผมเดินทางไปถึง ผมมีความรู้สึกว่า มีลมเย็นๆ วิ่งเข้ามาปะทะกับตัวผมอย่างแรง เป็นการปะทะหรือวิ่งชนที่รู้สึกได้อย่างชัดเจน
  
        ผมรู้ทันทีว่า คงเป็นการแสดงความยินดีหรือกล่าวขอบคุณ ที่ผมอุทิศส่วนกุศลไปให้กับเขา ทำให้วิญญาณของพวกเขา ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ลมที่ผมบอกว่าวิ่งเข้ามาปะทะกับตัวนั้น มันไม่เหมือนลมแบบทั่วๆ ไป แต่มันมีลักษณะเป็นคลื่น อธิบายไม่ค่อยถูก มันรู้สึกเย็นแบบอุ่นๆ ผมรู้สึกว่า บ่อตกปลาแห่งนี้ จะเป็นบ่อตกปลาที่แปลกมาก กล่าวคือ เป็นบ่อน้ำที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ มีผู้เสียชีวิตมาแล้วหลายราย เพราะเป็นบ่อที่ลึกมาก แต่กลับกัน มองดูผิวเผิน เหมือนมันไม่มีอะไรน่ากลัว ไม่มีอะไรที่จะเป็นอันตราย น้ำก็ดูนิ่งๆ  แถมยังมีปลาอีกเยอะแยะเต็มไปหมด จึงดึงดูดให้คนมาตกปลาที่นี่มากนั่นเอง
 
        เคยมีคนมาถามผมว่า เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ถ้าสถานที่แห่งไหน มีคนตายเรื่อยๆ แสดงว่า จะมีวิณญาณ มาฉุดดึงคนที่กำลังดวงตก หรือคนที่กำลังมีเคราะห์ แล้วมาเล่นน้ำที่นี่ ให้ตายตามไปด้วย ข้อนี้ผมก็อยากจะวิเคราะห์แสดงความคิดเห็นว่า ไม่น่าจะจริง
    
        ผมว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันเลยนะ เพราะปกตินั้น วิญญาณจะสื่อสารกับมนุษย์ได้ ก็จูนกันยากอยู่แล้ว  อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ ผมว่าน่าจะเป็นเฉพาะตัว จะมาบอกว่า มีผีผลัก มีผีมาดึง ถ้าเป็นจริงดังกล่าว ป่านนี้ บ้านในย่านนี้ คงขายไม่ออก หรือไม่ต้องสร้างกันแล้ว
    
        สิ่งที่ผมคิดไว้ ถ้าจะมีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้องกับเราก็คือ เป็นเรื่องของ “มิติ” กล่าวคือ ถ้ามันจูนกันติด ก็จะปรากฏเห็นภาพ พอเห็นภาพ เพียงแค่แว๊ปเดียวเท่านั้น ก็อาจเกิดอาการตกใจ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่บอกได้เลยว่า ที่วิญญาณปรากฏภาพให้เราเห็นนั้น ร้อยทั้งร้อย เขาต้องการมาขอบุญกุศลจากเราทั้งนั้น เขามาขอกุศล เขาไม่ได้คิดจะมาหลอกเรา พอเราทำให้เขาได้ เขาก็ดีใจกลับไป ผมเคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่า วิญญาณส่วนใหญ่มักจะกลัวว่า จะไม่ได้รับบุญกุศลจากเรา แต่ถ้าเราให้เขาได้ เขาก็จะดีใจมาก มันก็เท่านั้นเอง
   
        แต่ผมยอมรับว่า เห็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่ดีเหมือนกันนะ ระยะหลังๆ ผมเลยต้องปรับตัว คอยควบคุมไม่ให้เห็นภาพเหล่านี้ เพราะวิญญาณบางวิญญาณนั้น เขาได้สร้างกรรมชั่วไว้มาก ภาพที่มองเห็น จึงอาจเป็นภาพที่มองดูแล้วน่ากลัว ใบหน้าของมันไม่ได้เป็นแบบคนปกติ ใบหน้ามาเป็นแบบ “มีแผลเหวะหวะ หน้ากลัวมาก”  ถ้ามาเป็นแบบนี้ หากคุณมีจิตใจที่ไม่เข้มแข็งพอ ก็อาจทำให้ถึงช๊อคได้เหมือนกัน

        ก่อนจะจบในตอนนี้ ผมอยากจะขอย้ำในเรื่องของวิญญาณ เรื่องที่ผมชอบพูดเน้นอยู่เสมอๆ ว่า วิญญาณเกือบทั้งหมด มุ่งแต่จะขอส่วนบุญส่วนกุศลจากคนสิ้น ผมขอยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะผมเจอผีเจอวิญญาณมาตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งถ้าผีหรือวิญญาณใดมาเจอผมได้ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของเขาไป เพราะแค่วันรุ่งขึ้นเท่านั้น ผมก็มักจะต้องไปทำบุญให้เขาทุกครั้งไป ผมทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ถ้าเผื่อบังเอิญผมมีภารกิจที่จะต้องทำ พูดง่ายๆ ว่ายังไม่ว่าง วิญญาณตนนั้นก็อาจจะต้องรอไปอีกสัก 2-3 วันก็มี แต่รับรองว่า ในส่วนของบุญกุศล เขาจะต้องได้รับจากผมอย่างแน่นอน ผมอยากให้ข้อตือนใจแก่ท่านผู้อ่านทุกท่านว่า  “มนุษย์ทุกคน ไม่ควรประมาท ทุกครั้งที่มีโอกาสทำบุญ ควรรีบทำทันที มากน้อยตามกำลังทรัพย์ ตามแรงศรัทธา และ รายได้ เพื่อสะสมบุญไว้ใช้ในชาติหน้าหรือชาติต่อไป” ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำเมื่อตายไปแล้ว
  
        ซึ่งถ้าจะพูดถึงเรื่องบุญกุศลนั้น ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดเคยมาสัมผัสกับผมในเรื่องขอคำปรึกษาปัญหากับ “คนตาทิพย์” ตุ้ย เอ็กซรย์ ก็จะรู้ว่า ก่อนจะจบ หรือ ก่อนจะหมดเวลาขอคำปรึกษาปัญหา ผมก็จะแนะนำให้ไปสร้างบุญกุศลอย่างใดอย่างหนึ่งตามภาพที่ผมมองเห็น เช่น บางท่านก็จะแนะนำไห้ไปทำบุญด้าน สงเคราะห์คนชรา บางท่านก็แนะนำให้ไปทำบุญช่วยเหลือเด็กผู้ยากไร้ บ้างก็แนะให้ไปถ่ายชีวิตสัตว์ใหญ่ คือ ถ่ายชีวิตโคกระบือหรือวัว-ควาย บางคนก็ต้องไปบริจาคโลหิต บางคนก็แนะไปทำบุญในศาสนาที่ตนเองนับถือ ผมว่าไปตามภาพที่มองเห็น เปรียบเสมือนเป็นบุญที่คนๆ นั้นได้ขาดหายไป เพื่อให้เขาได้บุญที่สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก
  
        ถ้านับตั้งแต่ตอนเริ่มเปิดตัว หรือตอนที่ผมเริ่มทำการเอ็กซเรย์ให้กับชาวบ้าน ผมว่าน่าจะแนะนำมาเป็นหมื่นเป็นแสนคนแล้วนะ ตรงนี้ผมก็ถือว่าผมได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลเช่นกัน ในฐานะผู้ให้คำแนะนำ ผมคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไรเลย ถ้าท่านผู้อ่านจะนึกคิดวา นี่คือการได้มีโอกาสมาสร้างบุญกุศลร่วมกัน และอนาคตผมยังคิดว่า ผมอาจจะร่วมมือกับ คุณณัชพล เทพนิมิต รองผอ.นสพ.พิมพ์ไทย ซึ่งก็เป็นคนที่ชอบทำบุญเช่นกัน ร่วมกันจัดหาหรือเรี่ยไรเงินไว้ใช้จ่ายในด้านบุญกุศลต่างๆ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง มอบให้กับวัดวาอารามในพระพุทธศาสนา หรือ เงินสนับสนุนสำหรับคนพิการ ถ้าถึงเวลานั้น ก็คงจะต้องขอรับการสนับสนุนจากท่านผู้อ่าน และ ขอรับรองว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ เราจะไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น คือค่าใช้จ่ายต่างๆ ถ้ามี ผมจะเป็นคนควักจ่ายเอง แต่เงินที่เก็บได้ จะมอบให้กับทางวัด หรือองค์กรการกุศลโดยตรงครับ.

-ณัชพล เทพนิมิต-


โดย : ณัชพล เทพนิมิต 
วันที่ 16 ตุลาคม 2557 เวลา 20:09:18 น.

คะแนน 5.00 จาก 5 คะแนน (2 ครั้ง)

activeshow mod ©
คนตาทิพย์, ตุ้ยเอ็กซเรย์, อ.ตุ้ย, นมสด, นมสดตุ้ย, นมสดตุ้ยเอ็กซเรย์, ตาทิพย์, เอ็กซเรย์, จักรินทร์, โกศัยดิลก, จักรินทร์โกศัยดิลก, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สื่อมวลชน, สทช, เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, เรื่องผีๆ, คนตาทิพย์ทะลุมิติ, สัมพัสวิญญาณ, สุดยอดไทยแลนด์, ปรึกษาปัญหา, กาแฟตุ้ย