home register readnews weblink forum contact
homeindex tooyhelp clipvdo tooyghost colum

            
          


อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ฉายา คนตาทิพย์ ดูดวงให้ท่านตลอดปี 2560


คลิปวิดีโอ - คนตาทิพย์ ตุ้ย เอ็กซเรย์ ได้ทำนายไว้ว่า
บารัก โอบาม่า จะได้เป็น ประธานาธิบดี 2 สมัย
บอล กับ นาตาลี เป็นแค่เพื่อน เตรียมนับถอยหลัง

  สารบัญเว็บลิงค์
มุมสมุนไพร

AlternativeComplete.com แหล่งรวมความรู้สมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค

herblpg.com :: ลำปางรักษ์สมุนไพร

samunpai.com สมุนไพรดอทคอม จุดหยุดเพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก


  สถิติเว็บไซต์


หน้าแรก » คนตาทิพย์ทะลุมิติ เรียบเรียงโดย ณัชพล เทพนิมิต » ตอนที่ 5 : ดำน้ำหวังนั่งบน ‘กอสวะ’ เกือบตายพิมพ์ข่าว  ส่งข่าวนี้ให้เพื่อน

"ตอนที่ 5 : ดำน้ำหวังนั่งบน ‘กอสวะ’ เกือบตาย "
ตอนที่ 5 : ดำน้ำหวังนั่งบน ‘กอสวะ’ เกือบตาย

        อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เคยบอกกับผู้เขียนเสมอๆ ว่า สิ่งที่ท่านเห็นหลังจากที่ได้พิสูจน์ทราบในหลากหลายเหตุการณ์และหลากหลายบุคคลแล้ว พอจะสรุปได้ว่า ถ้าภาพดำ มันหมายถึงคำตอบที่ได้คือ ไม่ดี ถ้าภาพสว่าง มันหมายถึงดี แต่ถ้าภาพออกมาเป็นสีเทาๆ ก็หมายถึงปานกลาง คือ “ดีและไม่ดี” อย่างละครึ่ง แต่เรื่องที่ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ กำลังจะเล่าต่อไปนี้ เป็นตอนที่ท่านมีอายุแค่ 10 ขวบเท่านั้น ไปฟังท่านเล่าเลยครับ 

        ผมยังจำเหตุการณ์นี้ได้ดี ช่วงนั้น บ้านผมอยู่แถวศรีย่าน ผมเป็นเด็กซุกซน และชอบคบกับเด็กที่โตกว่า ตรงนี้ผมพูดมาแล้วหลายครั้ง มีอยู่วันหนึ่ง เด็กที่โตกว่าได้มาชวนผมไปเล่นน้ำที่ “แม่น้ำเจ้าพระยา” ตรงนั้นเป็นท่าน้ำที่มีชื่อว่า “ท่าพยับ” เป็นเส้นทางก่อนจะถึง โรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน ซึ่งตอนนั้น แม่น้ำเจ้าพระยา จะมีกอสวะลอยผ่านมามามากมาย ลอยเต็มลำแม่น้ำไปหมด แต่ลอยมาเป็นช่วงๆ
        และในระหว่างที่ผมกำลังเล่นน้ำอยู่นั้น ผมชอบยืนมองดูกอสวะที่กำลังลอยผ่านไปผ่านไป มองแล้วก็นึกในใจว่า “มันคืออะไรกันนะ” รู้แต่เพียงว่า มันเป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่เกาะกันหนาแน่นมาก ใครๆ ชอบเรียกว่า ผักตบชวา ผมก็นึกอยู่ในใจว่า ผมจะดำน้ำมุดไปโผล่กลางกอสวะดีไหม นึกแล้วผมก็ต้องเอ็กซเรย์ตัวเองเสียก่อนว่า ภาพมันจะสว่างไหม  ถ้าปรากฏเป็นภาพสว่าง ก็หมายถึงปลอดภัย แต่ถ้าเป็นภาพมืดๆ ดำๆ หรือเป็นภาพไม่สว่าง ก็หมายถึงไม่ปลอดภัยแน่ หรืออาจมีอันตรายก็ได้ ผมก็จะไม่ทำ ลักษณะเช่นนี้ ผมจะทำเป็นประจำตัวอยู่แล้ว
        ดังนั้น เมื่อผมมองเห็นเป็นภาพแสงสว่างในวันนั้น ผมก็มั่นใจว่า ผมต้องปลอดภัยแน่ๆ ถ้าผมจะมุดลงใต้น้ำไปโผล่กลางกอสวะดังกล่าว ก็เผอิญได้เห็นเรือลำเล็กๆ ลำหนึ่ง กำลังลากจูงเรือลำใหญ่ๆ ประมาณ 4-5 ลำ ผ่านมาพอดี ก็คงพอรู้อยู่แล้วว่า เรือลำเล็กๆ นั้น มันสามารถลากเรือลำใหญ่ๆ แถมยังบรรทุกหินและทรายมาเต็มลำซะด้วย ทุกคนก็คงเคยเห็นมาบ้างแล้วนะครับ

         ความคิดของผมตอนนั้น เดิมทีเดียวผมคิดจะว่ายน้ำไปเกาะเชือกที่เรือลำเล็ก ซึ่งกำลังรากจูงเรือลำใหญ่ๆ ประมาณ 4-5 ลำดังกล่าวเท่านั้น เพื่อที่จะให้เรือลากตัวผมไปกับเรือด้วย กะว่า พอให้เรือลากตัวผมไปได้สักระยะหนึ่ง ที่คิดว่าไกลพอสมควรแล้ว ผมก็จะปล่อยเชือก และว่ายน้ำกลับมายังที่เดิม ผมจึงถามกลุ่มเพื่อนๆ ไปว่า พวกเราไปเกาะเชือกเรือเล่นกันเอาไหม โดยผมจะนำหน้าว่ายน้ำไปเกาะก่อน
        เพื่อนผมถามว่า ตุ้ย ! กล้าหรือ น้ำบริเวณนั้นมันลึกนะ ลึกมากๆ ด้วย เดี๋ยวเรือมันจะลากไปไหนก็ไม่รู้ ผมจึงบอกเพื่อนไปว่า ไม่เป็นไร เพราะมันมี กอสวะ เราอาจจะปล่อยมือ แล้วว่ายน้ำมาพักที่ กอสวะ ก็ได้ เพื่อนรุ่นพี่อีกคนไม่กล้า บอกว่า อย่าดีกว่า ตุ้ย ! คงเหลือเพื่อนรุ่นพี่อีกคนที่กล้าไปด้วย ตกลงเราว่ายไปเกาะเชือกลากเรือกันเพียง 2 คนเท่านั้น
        ลืมบอกไปว่า ช่วงที่ผมเล่นน้ำนั้น ผมจะถอดกางเกงชนิดล่อนจ้อนเลย เพราะยังเป็นเด็ก ก็รู้ๆ กันอยู่ อายุประมาณ 10 ขวบเท่านั้น ตอนนั้นยังไม่ค่อยจะอายสักเท่าไร อีกทั้งถ้าใส่กางเกงว่ายน้ำ กางเกงเปียก แม่ก็จะรู้ว่าผมแอบไปเล่นน้ำ ซึ่งแม่สั่งห้ามผมเสมอ เพราะกลัวลูกจะได้รับอันตราย สรุปว่า ผมก็ว่ายน้ำไปกับเพื่อนรุ่นพี่อีกคน เราทั้งสองว่ายไปเกาะเชือกที่เรือเล็ก ซึ่งกำลังลากเรือลำใหญ่ เราต่างโหนเล่นกันอย่างสนุกสนาน พอเรือลากไปได้สักระยะหนึ่ง พอผมเห็นว่ามันห่างจากท่าเรือทึ่พวกเราสุมหัวกันอยู่มากแล้ว ผมกับเพื่อนก็ปล่อยมือ และต่างก็ว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งกัน พอขึ้นฝั่งได้ ผมก็ เดิน...เดิน...เดิน เดินย้อนกลับมาที่ท่าเรือเดิมอีก เหตุที่ไม่อยากว่ายน้ำย้อนกลับที่เดิมก็เพราะ มันไกลมาก ถ้าว่ายกลับมันจะเหนื่อย พอเดินมาถึงท่าเรือที่พวกเราอยู่กัน ผมก็ยืนรอเพื่อน เพื่อที่จะเตรียมว่ายน้ำเกาะเชือกเรือลากลำต่อไป
       
        แต่ช่วงนั้นเอง ได้มีกอสวะลอยผ่านมาเรื่อยๆ ผมจึงคิดสนุก คืออยากจะไปนั่งบน กอสวะ เสียเลย แต่ก่อนจะทำ เพื่อความไม่ประมาท ผมก็ต้องทำการเอ็กซเรย์ตัวเองอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง ว่าจะมีอันตรายไหม แต่เอ็กซเรย์คราวนี้ เอ๊ะ ! ปรากฏว่าภาพที่เห็นมันไม่ค่อยสว่างเหมือนคราวแรกเสียแล้ว มันไม่เหมือนตอนที่เอ็กซเรย์ครั้งแรก ที่จะไปเกาะเชือกเรือลากจูง เพราะตอนนั้นภาพมันสว่างกว่าเยอะ แต่พอตั้งใจจะว่ายน้ำไปนั่งบนกอสวะ ภาพมันออกมาเป็นสีเทาๆ  ผมจึงรู้ทันทีว่า มันไม่ปลอดภัยซะแล้ว แต่คิดอีกที เมื่อภาพมันไม่ดำ ก็มั่นใจว่ามันยังไม่ถึงคราวตายแน่ หรือยังไม่ถึงแก่ชีวิต แต่สัญชาตญาณก็อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ว่า ภาพสีเทาๆ นั้น มันคืออะไรกันแน่
       
        ระหว่างที่กำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะไปดีหรือไม่ดี ทันใดนั้น ผมก็มองเห็นมีเด็ก 1 คน กำลังนั่งเล่นอยู่บนกอสวะพอดี  คือกอสวะที่เป็นผักตบชวานั้น มันเป็นกอใหญ่ พอมันลอยผ่านมา ผมหันไปดู ผมมีความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันทีว่า เด็กที่นั่งเล่นอยู่บนกอสวะตนนั้น มันไม่ใช่คนแน่ๆ เพราะลักษณะที่เราเห็นมันเป็นภาพรางๆ ผมมองไปที่ผักตบชวามันก็ลอยไปเลื่อยๆ พอมีอีกกอหนึ่งลอยมา ผมก็เห็นเด็กคนเดิมนั่งอยู่บนกอสวะอีกกอหนึ่ง เปรียบเสมือนกอใหม่ แต่เป็นเด็กคนเดิม เด็กไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย แต่คราวนี้ เด็กทำท่ากวักมือเรียกผมให้มาเล่นด้วย เด็กคนนี้ท่าทางผอมเกร็งไว้ผมสั้น อายุน่าจะพอๆ กับผมในตอนนั้น

        อ.ตุ้ย เล่าต่อไปว่า ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจเท่าใด แต่สักพัก ผมนึกสนุกขึ้นมา กอสวะหรือกอผักตบชวากอนี้ นับเป็นกอที่ 3 แล้ว รู้สึกจะใหญ่กว่ากอที่ 1 และกอที่ 2 และดูจะหนาแน่นกว่าด้วย ผมโดดลงน้ำทันที ไม่ได้นึกกลัวอะไร เพราะอยากลงเล่นน้ำมากนั่นเอง พอผมโดดลงไปในน้ำ ผมก็ดำลงไปที่ใต้น้ำ ดำไปโผล่บริเวณใต้กอสวะ จังหวะที่โผล่ขึ้นมานั้น คุณพระช่วย ! ร่างผมมันติดอยู่ที่ใต้กอผักตบชวานั่นเอง ทั้งมือทั้งหัวติดไปหมด เรียกว่าผมอยู่ใต้น้ำ ผมเริ่มรู้สึกอึดอัด เพราะอยู่ในระหว่างกลั้นหายใจ ผมเริ่มรู้สึกเกิดอาการกลัวนิดๆ คิดในใจว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้นะ คิดว่าทำไมตัวเองถึงไม่ดำน้ำออกมา ผมเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนกอสวะทันที ก็ยังมองเห็นเด็กคนเมื่อประกี้นี้ คนที่กวักมือให้ผมมาเล่นด้วย น่าจะบอกว่าเป็นผีเด็กซะมากกว่า มันยังนั่งอยู่ด้านบนของกอสวะอยู่เลย แต่ผมยังไม่ถึงขนาดต้องตะโกนให้ใครช่วยเหลือ
 
        ผมพยายามแหวกกอสวะ แหวกผักตบชวาให้เปิดทาง ผมยังมองเห็นมือผีเด็ก คอยแหวกกอสวะ จะช่วยผมอีกทางหนี่งเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกไม่มีน้ำหนักอะไร ผมพยายามแหวกช่วยตัวเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผมสามารถโผล่หัวขึ้นมาบนกอสวะได้สำเร็จ ขณะที่ผมโผล่หัวขึ้นผิวน้ำได้แล้ว ผีเด็กยังนั่งอยู่ข้างๆ บนกอสวะไม่ได้ไปไหนเลย แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะรู้สึกกำลังเหนื่อย พร้อมกับได้ยินเพื่อนๆ พยายามตะโกนเรียกผมว่า ตุ้ย...ตุ้ย...ตุ้ย... ส่วนกอสวะก็ยังลอยไปเรื่อยๆ เพื่อนๆ ก็วิ่งตามผมไปด้วยบนตลิ่งขอบทาง เพราะกอสวะลอยไปเรื่อยๆ ผมได้ยินเสียงผีเด็กที่อยู่บนกอสวะบอกว่า ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ผมจึงหันไปดู ผีเด็กตนนั้นชี้ให้ผมดูกอสวะที่กำลังลอยมาอีกกอหนึ่ง พร้อมกับพูดว่า แถวนี้มิใช่มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นนะ แถวนี้ยังมีผีเด็กอีกเยอะมาก เขาบอกว่ามันเปรียบเสมือนเป็นอีกมิติหนึ่ง คือมีมาเป็นร่างและก็หายไปบ้าง บางครั้งก็มีแต่เสียงและภาพสลับกันไป ผีเด็กแนะนำผมว่า วันหลังอย่ามาเล่นที่นี่อีกเลย เพราะเดี๋ยวอาจจะไม่ได้กลับบ้าน ผมจึงคิดว่ามันเป็นเหตุและผลหลายๆ อย่างของเขานั่นเอง ตอนนั้นผมยังเด็ก ได้ยินแล้วก็ไม่รู้จักซักถามอะไร

        จากนั้น ผมก็ว่ายน้ำขึ้นฝั่ง พร้อมกับเดินทางกลับมาที่ท่าน้ำบรืเวณเดิม ในความรู้สึกของผมตอนนั้น ผมคิดว่า ต่อไปนี้ ผมจะไม่มาเล่นที่ท่าน้ำแห่งนี้อีกแล้ว มันอันตรายจริงๆ นึกอยู่ในใจว่า เกือบเอาตัวไม่รอดเสียแล้ว ภาพสีเทาๆ ที่เห็นนั้น ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ ผมเห็นคนเต็มไปหมด แต่สภาพของผมก็คือ เด็กแก้ผ้า ไม่ได้นุ่งห่มอะไรเลย อายุ 10 ขวบก็ถือว่าเป็นเด็กโตเหมือนกันนะ แต่ต้องเดินแก้ผ้าเปลือยเปล่าโทงๆ เดินอยู่ริมตลิ่งเพื่อกลับไปยังท่าเรือเดิม ที่มีเพื่อนๆ สุมหัวกันอยู่ ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกอายเช่นกัน แต่อาศัยเดินตามขอบฝั่งแม่น้ำ คนจะมากเป็นหย่อมๆ ไม่เหมือนไปเดินอยู่บนริมถนนใหญ่อย่างในปัจจุบัน จึงยังพอบรรเทาความหน้าบาง บรรเทาความอับอายไปได้บ้าง  คิดดูซิ ต้องเดินเท้าเปล่าไกลแค่ไหน คนก็มองผมเต็มไปหมด เขาคงคิดว่า “เด็กคนนี้ซนจังเลย” 

        ผมนึกย้อนทบทวนก่อนเกิดเหตุว่า ผมได้เอ็กซเรย์ตัวเองแล้วนะว่า ภาพไม่สว่าง แต่ก็ไม่มืดไม่ดำ มันเป็นภาพสีเทาๆ ตามที่ผมบอกไว้ตั้งแต่แรกว่า คงไม่ถึงขั้นตาย แต่ก็อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ว่า ภาพสีเทาๆ มันคืออะไร มันจะเป็นยังไง ภาพสีเทาขมุกขมัวนั้น มันคืออะไรกันแน่ เรียกว่า เป็นเด็กอยากรู้อยากเห็น แต่ก็มั่นใจและเชื่อว่า ผมยังไม่ถึงคราวตายแน่ๆ 
 
        พอผมกลับมาหาเพื่อนในกลุ่มที่ท่าน้ำ เพื่อนๆ หลายคนก็รู้สึกดีใจพร้อมกับกล่าววา นึกว่า ตุ้ย เป็นอะไรไปแล้ว ทุกคนต่างก็ลุ้นกันว่า ตุ้ย หายไปตั้งนานแล้ว จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นึกว่า  ตุ้ย ตายเสียแล้ว แต่ก็อดรอดูไม่ได้ว่า ตุ้ย จะกลับมาหรือเปล่า ถ้ารอจนถึงเวลาเย็นแล้ว ตุ้ย ยังไม่กลับมา ก็แสดงว่า ตุ้ย  ต้องตายแน่ๆ เพื่อนทุกคนพูดอย่างนั้นจริงๆ 
 
        และนี่ก็คือเรื่องราวของเด็กซนคนหนึ่ง ที่ตั้งใจจะมุดไปโผล่ใจกลาง "กอสวะ"  หวังขึ้นไปนั่งเล่น แต่ก็แทบเอาชีวิตไม่รอดซะแล้ว อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ฝากบอกผ่านผู้เขียนมาว่า ท่านผู้อ่านคงไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ.

-ณัชพล เทพนิมิต-





โดย : ณัชพล เทพนิมิต 
วันที่ 02 กรกฎาคม 2557 เวลา 07:57:33 น.

คะแนน 5.00 จาก 5 คะแนน (4 ครั้ง)

activeshow mod ©
คนตาทิพย์, ตุ้ยเอ็กซเรย์, อ.ตุ้ย, นมสด, นมสดตุ้ย, นมสดตุ้ยเอ็กซเรย์, ตาทิพย์, เอ็กซเรย์, จักรินทร์, โกศัยดิลก, จักรินทร์โกศัยดิลก, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สื่อมวลชน, สทช, เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, เรื่องผีๆ, คนตาทิพย์ทะลุมิติ, สัมพัสวิญญาณ, สุดยอดไทยแลนด์, ปรึกษาปัญหา, กาแฟตุ้ย