home register readnews weblink forum contact
homeindex tooyhelp clipvdo tooyghost colum

            
          


อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ฉายา คนตาทิพย์ ดูดวงให้ท่านตลอดปี 2560


คลิปวิดีโอ - คนตาทิพย์ ตุ้ย เอ็กซเรย์ ได้ทำนายไว้ว่า
บารัก โอบาม่า จะได้เป็น ประธานาธิบดี 2 สมัย
บอล กับ นาตาลี เป็นแค่เพื่อน เตรียมนับถอยหลัง

  สารบัญเว็บลิงค์
มุมสมุนไพร

AlternativeComplete.com แหล่งรวมความรู้สมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค

herblpg.com :: ลำปางรักษ์สมุนไพร

samunpai.com สมุนไพรดอทคอม จุดหยุดเพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก


  สถิติเว็บไซต์


หน้าแรก » คนตาทิพย์ทะลุมิติ เรียบเรียงโดย ณัชพล เทพนิมิต » ตอนที่ 4 : รถไฟชนรถปิกอัพตายทั้งครอบครัวพิมพ์ข่าว  ส่งข่าวนี้ให้เพื่อน

"ตอนที่ 4 : รถไฟชนรถปิกอัพตายทั้งครอบครัว "
ตอนที่ 4 : รถไฟชนรถปิกอัพตายทั้งครอบครัว

        เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผู้เขียนจะขอพาท่านผู้อ่าน ไปคุยกับ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ โดยตรงจะดีกว่านะครับ อ.ตุ้ย กล่าวว่า ช่วงที่ผมพักอยู่ที่ “หมู่บ้านไทยสมุทร” จังหวัดสระบุรี ใกล้กับ กรมทหารม้าที่ 5 ที่ผมสังกัดอยู่ และขณะที่ผมกำลังนั่งดื่มสุราอยู่กับเพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้อง ที่เป็นทหารด้วยกัน นั่งดื่มอยู่ภายในบริเวณบ้านผม ดื่มตั้งแต่หัวค่ำ จนกระทั่งถึงเวลาดึก เนื่องจากยังอยู่ใน วัยฉกรรจ์ เพื่อนๆ และน้องๆ ที่เป็นทหารด้วยกัน จึงมักจะชวนกันไปเล่น “สนุ๊กเกอร์” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจาก กรมทหารม้าที่ 5 สักเท่าไร 
        กระทั่งเย็นวันหนึ่ง หลังจากที่เลิกงานแล้ว ประมาณเวลา 18.00 น. เพื่อนๆ น้องๆ ที่เป็นทหารด้วยกัน ก็มาชวนผมไปเล่นสนุกเกอร์อีก เล่นแต่ละครั้งก็เกือบสว่าง แต่สำหรับตัวผมนั้น นานๆ จึงจะไปเล่นกับเขาสักครั้ง ผมไม่ได้ไปเล่นทุกวัน เผอิญเย็นวันนั้น พวกเราเล่นมาถึงเวลาประมาณ 02.00 น.

        อ.ตุ้ย กล่าวต่อไปว่า เคยมีบางท่านมาถามผมว่า วิญญาณทุกวิญญาณที่มาเจอผม หรือให้ผมเห็นนั้น ผมจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนทุกครั้งหรือไม่ หรือเป็นแค่ภาพลางๆ มัวๆ สลัวๆ เท่านั้น
        ข้อนี้ผมต้องขอตอบว่า มันไม่แน่เสมอไป คือบางครั้งวิญญาณที่มาให้ผมเห็น แรกๆ ก็จะยังไม่ค่อยชัดเจน เป็นภาพทะมึนๆ เป็นภาพเงาดำ แต่ผมรู้ได้จากทางจิต รู้ว่ามีวิญญาณมายืนอยู่ต่อหน้าผม ผมสัมผัสรู้ได้ ผมขอเล่าย้อนไปในอดีตสักนิด คือแรกๆ ที่วิญญาณมาสัมผัสกับผมนั้น เขาจะมาตอนผมมีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น คล้ายๆ กับนอนฝันไป แต่ความจริงไม่ใช่ฝัน หลังจากเห็นตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นไปแล้ว ต่อมา วิญญาณก็มาปรากฏให้เห็นตอนกำลังตื่น คือให้เห็นตอนกำลังเดินทางบ้าง หรือตอนกำลังไปธุระบ้าง ตอนไปหาเพื่อนบ้าง  ไม่ได้มาระหว่างกำลังนอนหลับเหมือนเก่า ทำให้ผมมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ว่าผมสามารถสัมผัสกับวิญญาณได้ และหลังจากที่ผมสามารถจูนภาพได้ คือจูนให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น สามารถสัมผัสและพูดคุยกับวิญญาณต่างๆ ได้ สามารถเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ โดยวิญญาณที่มาให้ผมเห็นนั้น มีทั้งวิญญาณเด็ก วิญญาณวัยรุ่น ขึ้นไปจนถึงวิญญาณผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ  อย่างเหตุการณ์ที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้  
   
        วันนั้น น้องๆ ทหารใน กรมทหารม้าที่ 5 จังหวัดสระบุรี ที่ชอบไปเล่นสนุ๊กเกอร์ที่เดิม ก็มาชวนให้ผมไปเล่นสนุกเกอร์ที่นั่นอีก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ สถานีรถไฟ ผมบอกว่า เดี๋ยวจะตามไป จนกระทั่งได้เวลาประมาณ 21.00 น. ผมจึงขี่รถจักรยานยนต์ตามไปที่นั่น คือช่วงที่ผมเป็นทหารนั้น ผมยังใช้รถจักรยานยนต์อยู่ ผมได้ร่วมเล่นสนุ๊กเกอร์กับน้องๆ ทหารด้วยกัน  แต่ไม่ได้เล่นการพนันแต่อย่างไร เพียงแต่ใครแพ้ ก็จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าเกมเท่านั้นเอง 
 
        เราเล่นกันสนุกมาก ซึ่งผมไม่เคยเสียค่าเกมเลย เพราะว่าน้องๆ พวกนี้เพิ่งจะหัดเล่นกัน ต่างกับผมที่เล่นมานานแล้ว ย่อมมีความชำนาญมากกว่า หลังจากที่ผมเล่นมาหลายชั่วโมง ผมเริ่มรู้สึกเมื่อยขา จึงขอตัวหยุดพัก และได้เดินลงไปที่ชั้นล่าง ร้านโต๊ะสนุ๊กเกอร์แห่งนี้ มีลักษณะเป็นตึกแถวสูง 2 ชั้น ชั้นบนเป็นระเบียงยาว ผมกับน้องๆ เล่นกันอยู่ที่ชั้นบน
 
        พอผมเดินลงมาที่ชั้นล่าง ก็หาเก้าอี้นั่งอยู่บริเวณหน้าร้าน มองเห็นรางรถไฟวิ่งผ่านหน้าร้าน และมองเห็นสถานีรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากร้านโต๊ะสนุ๊กเกอร์มากนัก น่าจะห่างประมาณ 100 เมตร และที่ชานชลานั้น มองเห็นแสงไฟนีออนริบหรี่ๆ สลัวๆ สาดส่อง พอจะมองเห็นผู้โดยสารที่กำลังยืนรอรถไฟกันอยู่ประปราย ประกฎว่า ผมมองเห็นคนอยู่กลุ่มหนึ่ง นั่งอยู่บริเวณเก้าอี้ยาว หน้าสถานีรถไฟ แรกๆ ผมก็คิดว่าเป็นคน แต่มองอีกที ก็รู้ทันทีว่า ไม่ใช่คนแน่ ประกอบด้วย เด็กผู้ชาย 1 คน อายุประมาณ 10 ขวบเป็นลูก  ส่วนวัยรุ่น 1 คน อายุประมาณ 17 ปี เป็นหลานสาว และ ผู้ใหญ่อีก 2 คน เป็นสามีภรรยากัน เป็นพ่อแม่ของเด็กชาย 10 ขวบดังกล่าว ผมรู้โดยสัญชาติญาณว่า ทั้ง 4 คนเป็นผีแน่นอน

        ขณะเดียวกัน ก็มีผู้โดยสารที่เป็นคนจริงๆ และกำลังยืนรอรถไฟอยู่แถวนั้น บางคนคงจะยืนเมื่อย ก็เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ยาว ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟดังกล่าว โดยเข้าไปนั่งทับกับครอบครัวผีที่กำลังนั่งกันอยู่ โดยไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะมันเป็นคนละมิติกัน ถึงจะนั่งทับ-นั่งซ้อนกัน ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะระหว่างคนกับผี มันอยู่คนละภพคนละภูมิกันกัน แต่สำหรับผม ผมเห็นคนนั่งท้บซ้อนผีอย่างชัดเจน
        พอผมเห็นเช่นนั้น ผมเกิดนึกอยากสนุก นึกอยากจะคุยกับครอบครัวผีครอบครัวนี้ ผมเดินออกจากหน้าร้านสนุ๊กเกอร์ทันที ผมเดินไปยังสถานีรถไฟ อย่างที่บอกไปในตอนต้น ห่างจากจุดที่ผมยืนอยู่ (ร้านสนุ๊กเกอร์) ประมาณ 100 เมตร ผมเดินไปเรื่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ ระหว่างที่เดินนั้น สายตาผมก็คอยจับจ้องกับครอบครัวผีว่า ยังนั่งอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า ผมเดินใกล้เข้าไปทุกที ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ แต่พอเหลืออีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะถึงเป้าหมาย แต่ เอ๊ะ ! ครอบครัวผีทำไมจึงเหลือเพียง 2 ตนเท่านั้น คือเหลือแต่ผู้ใหญ่ 2 สามี-ภรรยา ส่วนเด็กๆ อีก 2 ตนได้หายไป แต่พอผมเดินไปถึงเก้าอี้ยาวตัวนั้น เอ้า ! วิญญาณพ่อแม่ก็หายไปด้วย  วิญญาณพ่อแม่ไม่ได้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวตัวนั้นซะแล้ว ผีครอบครัวนี้ หายไปทั้งหมดเลย
        ผมไม่รู้ว่าพวกเขาหายไหน แต่ผมอยากเจอมาก ผมอยากเจอจริงๆ ผมจึงกำหนดจิตทันทีว่า “ผมมาดีนะ ผมมาดี ผมอยากจะคุยด้วย ขอให้ติดต่อผมเดี๋ยวนี้” ผมกำหนดจิตพูดเพียงเท่านี้ มาเลยครับ คราวนี้วิญญาณมาอยู่ทางด้านหลังผม จิตผมรู้แต่ว่า มีวิญญาณ 2 ตนมายืนอยู่ทางด้านหลังผม แต่ผมไม่สามารถรู้ว่า เป็นวิญญาณพ่อแม่หรือเป็นวิญญาณเด็ก ดังนั้น ผมจึงต้องหันหลังกลับ ผมพูดได้คำเดียวว่า ถ้าเป็นคนที่มีจิตใจไม่แข็งพอ เผลอๆ อาจช็อคก็ได้ แต่ผมแค่ตกใจนิดๆ เท่านั้น เพราะผมไม่กลัว พอผมหันกลับไป ผมก็เห็นหน้าผีเป็นผู้ชาย ใบหน้าเหมือนโดนอะไรบาดมา มีรอยเต็มไปหมด มีเลือดที่แห้งแล้ว ติดอยู่ตามบริเวณใบหน้า ผมคิดในใจว่า ผีผู้ชายตนนี้ ต้องรวมพลังเป็นอย่างมาก เพื่อให้ผมรู้ว่า เขามีหน้าตาอย่างไร 
        ผีผู้ชายบอกผมว่า อุบัติเหตุ อุบัติเหตุตรงที่กั้นรถไฟแถวนี้ เขาบอกว่า รถไฟมาชนรถปิกอัพแบบเปิดปะทุนคือ เป็นรถกระบะไม่มีหลังคา เขาบอกอีกว่า พอรถไฟชนกับรถกระบะของเขา ตัวเขาก็กระแทกอย่างแรง จากนั้น ก็ไม่รู้สึกตัว ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย ผีผู้ชายบอกผมด้วยว่า ใบหน้าของเขาที่เห็นบาดแผลเต็มไปหมดนั้น สันนิษฐานว่า ถูกกระจกหน้ารถบาดเอา จากนั้น จึงได้รู้ในภายหลังว่า ครอบครัวของเขา เสียชีวิตทั้ง 4 ศพเลย และยังมีพวกญาติๆ บาดเจ็บสาหัสอีกหลายคน วิญญาณผู้ชายบอกด้วยว่า วันนั้น พวกเขากำลังจะไปงานบวชกัน
  ผมถามผีผู้ชายด้วยว่า เหตุการณ์ที่รถไฟมาชนกับรถปิกอัพของเขานั้น เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว ผีผู้ชายตอบว่า เกิดขึ้นมานานประมาณปีกว่าแล้ว และช่วงที่ผมกำลังคุยกับเขาอยู่นั้น สักพักหนึ่ง ผมก็รู้สึกคล้ายๆ มีเงาดำๆ ขึ้นมาวูบหนึ่งที่ข้างหลังผม พร้อมกับผลักวิญญาณผู้ชายที่กำลังคุยอยู่กับผม กระเด็นออกไปทันที ผมคิดอยู่ในใจว่า เงาดำที่มาทางข้างหลังผม และเป็นผู้ผลักวิญาณผู้ชายให้กระเด็นออกไปนั้น น่าจะเป็นวิญญาณที่มีพลังมาก พอมันผลักวิญญาณผู้ชายให้กระเด็นออกไปแล้ว ตัวมันก็เข้ามาแทนที่ ผมพยายามมองวิญญาณเงาดำที่เข้าแทนที่ แต่ก็มองไม่เห็น มีแต่เสียงออกมาดังว่า ฮึ่ม ๆ ฮึ่ม ๆ ฮึ่มๆ ผมพยายามจับภาพมันก็จับไม่ได้สักที อยากจะรู้ว่ามันเป็นใคร ตัวมันเอง ก็พยายามจะสื่อสารกับผมเช่นกัน แต่ต่างฝ่ายต่างสื่อสารกันไม่ได้ ได้ยินแค่เสียง ฮึ่มๆ ฮึ่มๆ ฮึ่มๆ แค่นั้นเอง ผมคิดว่าบุญของเขาคงไม่พอ จึงไม่สามารถให้ผมเห็นตัวตนของเขาได้ ในเมื่อให้เห็นภาพไม่ได้ ผมกำหนดจิตของผมทันที.....

        ผมกำหนดจิตถามว่า วิญญาณตนนี้ เป็นวิญญาณดีหรือไม่ ภาพออกมา โอ้โฮ ! ดำเมี่ยมเลย ภาพดำก็คือไม่ดี หมายความว่าเป็นวิญญาณที่ไม่ดีนั่นเอง ผมกำหนดจิตถามต่อว่า วิญญาณตนนี้ มาจากที่ไหน ภาพที่ออกมา ก็รู้ได้ทันทีว่า มาจากตลาดใน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เป็นวิญญาณที่ติดยาเสพติดก่อนตาย ก่อนที่จะตายนั้น เขาเป็นนักเลงหัวไม้ เป็นหัวโจกหาเรื่องหาราวชาวบ้าน เป็นคนชอบลักเล็กขโมยน้อย พูดง่ายๆ ว่าเป็นนักเลงอันธพาล ชาวบ้านเกลียดชังกันทั้งบาง ภาพที่ผมเห็นนั้น มันโดนแทงตาย ผมได้ยินเสียงว่า  “ศล-ศล” เหมือนกับมันจะดีใจว่า มันเจอแล้ว เจอคนที่สามารถสื่อสารกับมันได้ เจอคนที่สามารถจะช่วยม้นได้ ส่งกุศลให้กับมันได้
        ผมยังได้ยินอีกว่า “จริงหรือเปล่า-จริงหรือเปล่า” และอีกคำ “ช่วย-ช่วย” เหมือนเป็นการขอส่วนบุญจากผม  ขอให้ผมช่วยเขา จากนั้น ผมก็บอกกับมันไปว่า ผมจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เขาก็หายตัวไปทันที แต่ก่อนไปเขายังบอกผมอีกว่า ขอสัมผัสตัวหน่อย  จากนั้น ผมก็รู้สึกเหมือนมีกระแสลมเย็นๆ วิ่งเข้ามาปะทะกับตัวผมเบาๆ แล้วลมเย็นก็หายวูบไป เหมือนเป็นการขอบคุณผมไว้ล่วงหน้าอย่างนั้น
        หลังจากที่ผมได้คุยกับครอบครัวผี และ คุยกับผีอันธพาลไปแล้ว ผมก็เดินทางกลับไปที่ร้านโต๊ะสนุ๊กเกอร์ทันที พร้อมกับชวนน้องๆ ทหาร ให้เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน แต่ก่อนจะเดินทางกลับ น้องๆ ยังได้ชวนผมเข้าไปกินข้าวต้มโต้รุ่งอีกรอบหนึ่งด้วย
        รุ่งเช้า ต่างฝ่ายต่างก็เดินทางไปทำงาน และในช่วงเวลากลางวัน ผมพอจะมีเวลาว่างบ้าง ผมก็ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในตลาดสด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ โรงแรมแห่งหนึ่ง ผมเดินเข้าไปที่ป้อมควบคุมสัญญาณรถไฟ สถานที่ๆ รถยนต์จะต้องวิ่งผ่านข้ามรางรถไฟ ผมถามเจ้าหน้าที่คนที่ดูแลป้อมสัญญาณรถไฟแห่งนั้น ซึ่งเขารู้จักและคุ้นเคยกับผมดี ผมเรียก พี่ๆ  ขอถามอะไรหน่อยเถอะ พี่อยู่ที่นี่มานานหรือยัง เขาบอกว่าอยู่มาหลายปีแล้ว จ่า มีอะไรหรือ
        ผมถามต่อไปว่า เมื่อประมาณปีกว่าๆ มานี้ ได้เคยเกิดอุบัติเหตุ รถไฟชนกับรถปิกอัพ ตรงบริเวณสัญญาณรถไฟแห่งนี้ และ มีคนตายไปหลายศพหรือไม่ เจ้าหน้าที่รถไฟคนนั้น นั่งคิดอยู่สักครู่ ก่อนที่จะตอบว่า มี...มีสิ เป็นช่วงเวลากลางวัน ผมถามต่อว่า พี่เห็นเหตุการณ์หรือไม่ เขาบอกว่า เขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์โดยตรง
 
        เพราะวันนั้นเขาต้องมาเข้าเวรตอนดึก แต่อุบัติเหตุครั้งนั้น มันเกิดขึ้นตอนเวลากลางวัน แต่ทราบจากเพื่อนว่า มีคนตายหลายศพ รถที่โดนรถไฟชน เป็นรถปิกอัพที่ไม่มีหลังคา พอผมได้รับคำตอบเช่นนั้น ผมก็ไม่ถามอะไรต่ออีก เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เพียงแต่รู้ว่า มีเหตุรถไฟชนกับรถปิกอัพและมีคนตายหลายศพเท่านั้น  จากนั้น ผมก็เดินทางไปที่ตลาดสด เพื่อขอพิสูจน์วิญญาณเกเร วิญญาณอันธพาล ที่มาผลักวิญญาณดีให้ต้องกระเด็นเป็นรายต่อไป
 
        พอผมเดินไปที่ถึงบริเวณตลาดสด ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลจากป้อมสัญญาณรถไฟมากนัก  ผมเดินเข้าไปถามแม่ค้าขายอาหารทะเลคนหนึ่ง เขาขายหอยแมลงภู่สด ปลาหมึกสด ผมเอ่ยปากทันที พี่ๆ บริเวณแถวนี้ เคยมีคนตาย ที่มีพฤติกรรมไม่ค่อยดี เป็นพวกติดยา ชอบลักเล็กขโมยน้อย มีหรือเปล่าครับ
        พอสิ้นคำถาม แม่ค้าตลาดสดทำท่าคิ้วขมวด นึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็บอกกับผมว่า เคยมีจ้า เป็นพวกติดยาเสพติด แม่ค้าพูดต่ออีกว่า ไอ้นี่ตายเสียได้ก็ดี ชาวบ้านชาวช่องเขาสาบแช่งกันทุกวัน พอชาวบ้านรู้ว่าคนนี้ได้ตายเสียแล้ว  คนทั้งตลาดเขาเฮกันใหญ่ทีเดียว

        นอกจากมันจะติดยาแล้ว มันยังชอบเดินไถเงินชาวบ้านอีกด้วย บางครั้งก็วิ่งราวทรัพย์ มันเคยโดนตำรวจจับไปติดคุกครั้งหนึ่ง แต่พอพ้นโทษออกมา มันก็ก่อพฤติกรรมเดิมๆ อีก จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง มันได้ทะเลาะกับเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ก็เลยโดนเพื่อนแทงตาย แม่ค้าบอกอีกว่า ตอนที่มันโดนแทงตายใหม่ๆ เป็นช่วงเวลาดึก ตายกลางตลาดสดเลย รุ่งเช้า ชาวบ้านร้านค้ามาค้าขายถึงได้รู้กัน ก็ดีใจกันยกใหญ่ทีเดียว พอทราบข่าวว่ามันตาย หลายคนสมน้ำหน้าด้วยซ้ำ
        แต่เวลาที่ผมได้สัมผัสกับวิญญาณพวกนี้นะ แรกๆ ผมก็ยังไม่เชื่อตัวเอง จะเชื่อก็ต่อเมื่อได้ไปพิสูจน์ความจริง  ได้สอบถามชาวบ้านที่รู้ความจริง เพื่อดูว่าจะตรงกับที่ผมได้สัมผัสมาหรือไม่ พอรู้ว่ามันใช่ ผมจึงจะมีความมั่นใจ
        เพราะการที่ผมได้สัมผัสกับวิญญาณนั้น บางครั้งมันก็ไม่ชัดเจน ไม่เหมือนอย่างการมองเห็นภาพของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า มันจะเป็นการนึกคิดไปเองหรือเปล่า เพราะเรื่องของวิญญาณ ต้องสืบหาความจริงจากคนอื่น
        สำหรับคำถามที่มีคนมาถามผมบ่อยๆ ว่า ทำไมคนเราเมื่อตายไปแล้ว วิญญาณจึงไม่ไปเกิดเสียที ทำไมวิญญาณจึงยังต้องเร่ร่อนพเนจร กระทั่งฟลุ๊คได้มาเจอคนอย่างผม หรือคนที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ จึงจะมีโอกาสมาขอส่วนบุญ ทำให้ช่วยเขาได้ในระดับหนึ่ง
        เรื่องนี้ผมขอสันนิษฐานว่า วันๆ คนที่ตายมันมีมาก สำนักพยายม ก็ต้องค่อยๆ พิจารณาคนตายที่ละคนทีละคนตามลำดับก่อนหลัง ทุกอย่างเป็นไปตามคิว วิญญาณทุกตนจึงต้องรอคิวไปก่อน ยังไม่ถูกเรียกตัวไปรายงาน และอีกอย่าง ยังมีวิญญาณประเภทที่ยังไม่ถึงเวลาตาย แต่ต้องตายก่อนเพราะโดนกรรมมาตัดรอนชีวิต อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดจากกรรมที่ตนเองเคยกระทำการปาณาติบาตต่อผู้อื่น เหล่านี้ ล้วนยังไม่ถึงอายุไข เมื่อมีกรรมมาตัดรอน ทำให้ต้องเป็นวิญญาณพเนจร จนกว่าจะถึงอายุไขตรงตามเวลาที่จะตายจริงในโลกมนุษย์ แล้วยมทูต จึงจะมาเอาตัวไปพิจารณาคดี ซึ่งก็เป็นไปตาม บาป-บุญ ที่ตนเองเคยสร้างเอาไว้ เรียกกว่า เมื่อถึงเวลา วิญญาณเหล่านี้ก็ต้องถูกเก็บไปอย่างแน่นอน
        ซึ่งผมสังเกตได้ว่า วิญญาณประเภทที่ผมมองเห็นเป็นภาพดำๆ เป็นเงาดำๆ ทมึนๆ น่าจะสรุปได้ว่า เป็นวิญญาณที่ในระหว่างมีชีวิตอยู่นั้น ไม่ค่อยจะสร้างบุญกุศลหรือสร้างกรรมดีไว้สักเท่าไร พวกนี้จึงไม่มีบุญกุศลที่จะทำให้เราเห็นภาพของเขาได้ชัดเจน ที่มันร้องเสียง ฮื่มๆ ฮึ่มๆ ฮึ่มๆ นั้น มันจะต้องรวมพลังอย่างมากทีเดียว แต่มันก็ทำได้เพียงแค่นี้  พวกนี้ร้อยทั้งร้อยมาขอส่วนกุศลทั้งสิ้น เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมเล่าไป ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผีที่ขับรถปิกอัพไปโดนรถไฟชน หรือผีอันธพาลที่โดนเพื่อนฆ่าตายในตลาดสด พอผมพิสูจน์ความจริงได้แล้ว วันรุ่งขึ้น ผมก็จะไปทำบุญให้กับพวกเขาเหล่านั้นทันที ด้วยการซื้อปลาไปปล่อยที่ แม่น้ำป่าสัก พร้อมกับอุทิศส่วนกุศลไปให้กับพวกเขาทุกตน ซึ่งถือว่า ผมได้ทำตามคำสัญญาที่มีให้กับพวกวิญญาณเหล่านั้นแล้ว
        ส่วนที่มีข้อสงสัยว่า หลังจากที่ผมอุทิศส่วนกุศลไปให้กับวิญญาณเหล่านี้แล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่า วิญญาณจะได้รับส่วนกุศลที่ผมทำไปหรือไม่ ตรงนี้ตอบง่ายมาก เพราะผมสามารถตรวจสอบด้วยจิตของผมเอง เช่น วิญญาณครอบครัว 4 ศพที่ถูกรถไฟชนตาย กับ วิญญาณอันธพาลที่ชอบหาเรื่องหาราวชาวบ้าน และถูกเพื่อนแทงตายในตลาดสดนั้น พอหลังจากที่ผมอุทิศส่วนกุศลไปให้ทั้ง 2 รายนี้แล้ว ผมจะกำหนดจิตถามทันทีว่า บุญกุศลที่ผมอุทิศไปให้นั้น วิญญาณตนนั้นจะได้รับจากผมหรือไม่ พอผมกำหนดจิตทำการเอ็กซเรย์ ภาพจะเกิดขึ้นทันที ภาพเป็นแสงสว่างเจิดจ้า ถ้าภาพเป็นอย่างนั้น ผมก็มั่นใจได้ว่า วิญญาณจะต้องได้รับส่วนกุศลจากผมอย่างแน่นอน แต่ถ้าภาพออกมาเป็นสีดำ หรือภาพดำๆ มืดๆ ทมึนๆ ก็แสดงว่าไม่ได้รับ ซึ่งโอกาสมีน้อยมากที่จะเป็นเช่นนั้น เพราะผมคิดว่า บุญกุศลที่ผมได้สร้างสะสมมาตั้งแต่เด็ก คงมีมากพอที่จะช่วยวิญญาณที่มาพบผมได้อย่างแน่นอน

        ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่าให้ฟัง คือเมื่อครั้งที่มีทหารรุ่นน้องในกรมคนหนึ่ง  ได้เสียชีวิตลง อันเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ผมกับทหารรุ่นน้องหลายคน จึงได้เดินทางไปที่วัดเพื่อไปร่วมงานศพเขา โอ้โฮ ! ผมเห็นวิญญาณเต็มไปหมดเลย พูดง่ายๆ ก็คือ เห็นผีเต็มวัดเลย มีทั้งผีเกเร ผีอันธพาล แถมยังมาลองของกับผมซะอีก ลองยังไงรู้ไหม วิญญาณพวกนี้เข้ามาถามผมว่า “จริงหรือเปล่า-ของจริงหรือเปล่า” ผมต้องแผ่เมตตาจิตไปให้เขา พร้อมกับพูดว่า “อย่ามาวุ่นวายกับผมเลย-ขอร้อง-อย่ามาวุ่นวายกับผม” พวกมันจึงได้ถอยไป
        ถ้าจะมาตรงนี้ ต้องมาด้วยเหตุและผล มีอีกวิญญาณหนึ่ง พอมาถึงก็บอกว่า อยากจะขอสัมผัสกับตัวผม โดยเอาตัวโหมลงมาทับตัวผมเลย ตอนนั้น ผมกำลังนั่งฟังพระสวดอยู่ วิญญาณตนนั้นมาเล่นกับผม จะดูว่าผมกลัวเขาหรือเปล่า แต่ก่อนที่มันจะทิ้งตัวลงมาทับตัวผมนั้น ผมสวนคำท้าทันที บอกกับมันว่า “เอาเลย-เอาเลย” แล้วมันก็ทิ้งตัวลงมาทับตัวผมจริงๆ มันเหมือนกับมีอะไรวูบลงมาที่ตัวผม แต่ก็ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น
        จากนั้น ผีก็หัวเราะ แต่ภาพที่ผมมองเห็น มันเป็นสีดำ วิญญาณตนนี้เป็นเด็กวัดที่ตายไปแล้ว พวกนี้มันทะเล้น-ทะลึ่ง อย่างพระกำลังสวดมนต์อยู่ มันกลับยกพวกมานั่งฟังเล่นๆ มีอยู่ประมาณ 5-6 ตน เป็นผีที่จมน้ำตายในแม่น้ำป่าสัก จำนวน 2 ตน นอกนั้น ประสบอุบัติเหตุและป่วยตาย
        ไอ้ตัวที่มันโหมลงมาทับตัวผมนั้น ผมถามมันว่าเป็นอะไรตาย ภาพที่ออกมา มันตกน้ำตาย แต่วิญญาณดีก็มีเช่นกัน มันมาในรูปภาพเชิงซ้อน ความใสมาเลย เป็นคนดี เขาบอกว่า “จะมีคนมารับ” คำๆ นี้ผมได้ยินบ่อยมาก แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จริงๆ แล้ว ใครเป็นผู้มารับกันแน่ รายนี้เป็นวิญญาณที่สวยมาก เป็นภาพขาวๆ เป็นผีผู้หญิง ผมเห็นเป็นรูปร่างที่สวยมากทีเดียว ใส่ชุดขาวด้วย 

        เพราะฉะนั้น เรื่องของวิญญาณต่างๆ ก็เหมือนกับคนที่ยังมีชีวิต จะมีทั้งคนดี คนมีศีลธรรม คนที่ชอบทำบุญ กับ คนที่เกเร คนที่เป็นอันธพาล คนที่ชอบหาเรื่องชาวบ้าน สร้างแต่กรรมชั่ว วิญาณก็เช่นกัน คือมีทั้งวิญญาณดีและวิญญาณที่เกเร วิญญาณที่เป็นอันธพาล แต่ต่างกันตรงที่ว่า การเป็นคนนั้น ยังสามารถทำความดีได้ สามารถสร้างบุญกุศลได้ เพื่อไว้ใช้ในสัมปรายภพเมื่อได้ตายไปแล้ว แต่สำหรับวิญญาณนั้น หมดโอกาสตั้งแต่ตายแล้ว คงเหลือแต่ความดีหรือบุญกุศลที่ตนเองเคยสร้างระหว่างการเป็นคนเท่านั้น ที่พอจะเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้ ถ้าไม่ได้ทำไว้ก่อนตาย ก็คงต้องเป็นวิญญาณลำบาก หรือถูกนำส่งอบายภูมิ เมื่อต้องถูกตัดสินจาก สำนักพยายม นั่นเอง.

-ณัชพล เทพนิมิต-




โดย : ณัชพล เทพนิมิต 
วันที่ 02 กรกฎาคม 2557 เวลา 07:56:18 น.

คะแนน 4.75 จาก 5 คะแนน (4 ครั้ง)

activeshow mod ©
คนตาทิพย์, ตุ้ยเอ็กซเรย์, อ.ตุ้ย, นมสด, นมสดตุ้ย, นมสดตุ้ยเอ็กซเรย์, ตาทิพย์, เอ็กซเรย์, จักรินทร์, โกศัยดิลก, จักรินทร์โกศัยดิลก, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สื่อมวลชน, สทช, เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, หลวงพ่อฤาษีลิงดำ, เรื่องผีๆ, คนตาทิพย์ทะลุมิติ, สัมพัสวิญญาณ, สุดยอดไทยแลนด์, ปรึกษาปัญหา, กาแฟตุ้ย