อีเมล์
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
วิธีหนีนรก ตามแนว “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”
13-ตอน-เพื่อนค้ายาเสพติดตายในคุก

ตอน : เพื่อนค้ายาเสพติด-ตายในคุก

            เรื่องของผีๆ เรื่องของวิญญาณ เรื่องของนรก-สวรรค์ ในพระไตรปิฎกก็มีกล่าวถึง มีตัวอย่างมากมาย  ให้เราได้เรียนรู้-ได้ศึกษา คนที่เคยตายไปแล้ว หมอบอกหัวใจหยุดเต้นแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมา ได้นำเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ตนเองไปพบระหว่างการตาย มาเล่ามาเปิดเผยจนคนฟังพร้อมตนเอง ไม่กล้าทำบาปอีกต่อไป ก็มีมากมายให้เราได้รับรู้ได้รับทราบ แต่คนรุ่นใหม่คนรุ่นหลัง กลับไม่เชื่อและไม่ค่อยสนใจ ก็ไม่รู้จะว่ากล่าวอย่างไรดี พูดได้คำเดียวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับเวรกรรม หรือกรรมเก่าของเขาเอง เคยสร้างเคยสั่งสมในอดีตชาติมาอย่างไร อยู่ในระดับไหน จะช่วยสงเคราะห์ตัวตัวเขาได้มากน้อยแค่ไหน เรียกว่ากรรมใครกรรมมันก็คงไม่ผิดนะครับ

 

            ที่ผู้เขียนนำเรื่องราวของวิญญาณต่างๆ ที่ อาจารย์ตุ้ย เอ็กซเรย์ ได้สัมผัส มาเล่าสู่ท่านผู้อ่านเพื่อรับรู้รับทราบนั้น จุดประสงค์คือ 1-เพื่อความบันเทิง รับรู้-รับทราบ-เรื่องราวของคนที่คนที่เคยมีประสบการณ์ 2-ช่วยเป็นเครื่องเตือนสติให้คนเราทุกคนพึงสังวรณ์ไว้ว่า คนเรานั้น เมื่อมีโอกาสทำบุญสร้างกุศล ก็ควรรีบทำรีบสร้างกุศลไว้มากๆ เพราะถ้าตายเป็นผีเมื่อไร ก็หมดโอกาสที่จะทำบุญสร้างกุศลทันที ถึงตอนนั้น วิญญาณของตนก็ต้องคอยขอบุญขอกุศลจากคนอื่น หรือต้องขอจากคนที่มีจิตสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้อย่าง อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เป็นต้น ซึ่ง อ.ตุ้ย เคยเล่าไปหลายครั้งแล้วว่า ทุกวิญญาณที่เข้ามาติดต่อกับท่านได้ คำๆ แรกที่จะต้องได้ยินก่อนเพื่อนก็คือ ศล-กุศล-ขอกุศลด้วย

 

            ขณะที่ผู้เขียนกำลังสัมภาษณ์ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ในวันนี้ เป็นเวลา 02.20 น.ของวันเสาร์ เป็นการสัมภาษณ์กันในรถยนต์ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เริ่มเล่าว่า เรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นผมมีเพื่อนสนิทที่เป็นทหารด้วยกันอยู่หลายคน มีอยู่คนหนึ่ง เขาชื่อ สิบเอกอาสา เป็นเพื่อนสนิทกันมาก คบกันตั้งแต่เรียน โรงเรียนนายสิบทหารบก ด้วยกัน สิบเอกอาสา เป็นคนชอบดื่มเหล้า บางครั้งบางวัน ยังสูบกัญชาอีกด้วย แต่ก็เป็นจำนวนไม่มาก เป็นกัญชาที่ผสมกับบุหรี่ เวลาสูบ จึงมีผลไม่มากเท่าไร ผมถือว่าเป็นจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับตัวผมนั้น ต้องยอมรับว่า เรื่องของยาเสพติดผมไม่ยุ่งเลย ไม่ค่อยชอบเท่าไร อาจเป็นเพราะ คุณแม่ อบรมมาดีก็ได้ ตรงนี้ ต้องขอบอกตามตรงเลยว่า ผมไม่ได้เอาเพื่อนมาขายนะ แต่ที่ต้องเล่าถึงรายละเอียดขนาดนั้น ก็เพื่อให้ท่านผู้อ่าน ได้เห็นภาพอย่างชัดเจน เกิดอรรถรสในการอ่านไงครับ

 

            ช่วงนั้น สิบเอกอาสา ชอบชวนผมไปเที่ยวที่บ้านของเขา ซึ่งก็อยู่ใกล้กับบ้านของผม กล่าวคือ บ้านของ สิบเอกอาสา อยู่แถวศรีย่าน ซึ่งบ้านผมก็แถวศรีย่านเช่นกัน ช่วงนั้น ผมกับ สิบเอกอาสา ยังรับราชการทหารอยู่ที่ กรมทหารม้าที่ 5 จังหวัดสระบุรี เมื่อสิบเอกอาสา ชวนผมบ่อยๆ เข้า ผมก็เลยต้องไปเที่ยวที่บ้านเขาตามคำชวน แต่บ้านที่ สิบเอกอาสา พักอาศัยอยู่นั้น กลับไม่ใช่บ้านของเขาหรอก แต่กลายเป็นบ้านของญาติพี่ญาติน้องของเขานั่นเอง

            วันนั้นเป็นเย็นวันศุกร์ ผมมีความรู้สึกอยากไปด้วย บ้านของ สิบเอกอาสา เป็นลักษณะบ้านแถวคล้ายกับทาวน์เฮาส์ เป็นเรือนไม้สองชั้น ใกล้ๆ กันยังมีโต๊ะสนุกเกอร์ให้บริการลูกค้า อยู่ติดกันกับโรงหนัง  หรือ โรงภาพยนตร์จันทิมา อยู่ในบริเวณเดียวกัน แล้วก็จะมี ตลาดสด กว่าจะไปถึงบ้าน สิบเอกอาสา ก็เป็นเวลา 6 โมงเย็นหรือเกือบทุ่มแล้ว พอเข้าไปในบ้านของ สิบเอกอาสา ก็มีการตั้งโต๊ะกินเหล้ากัน มีเพื่อนฝูงของ สิบเอกอาสา นั่งรออยู่ก่อนแล้วประมาณ 4-5 คน เพื่อนของ สิบเอกอาสา ก็เหมือนกับเพื่อนของผม หลังจากมีการแนะนำตัวให้รู้จักกันแล้ว เราก็สนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็ว เรานั่งดื่มกัน มีทั้งเหล้าและเบียร์ พร้อมกับแก้ม 2-3 อย่าง ผมเอ่ยปากถามเพื่อนว่า เออ ! สา โต๊ะสนุ๊กที่อยู่ข้างๆ โรงหนังเนี่ย สา แทงสนุ๊กเป็นหรือเปล่าเนี่ย สิบเอกอาสา ตอบผมว่า เป็นซี่ เพื่อน ผมบอกว่า เดี๋ยวรออีกสักพัก ค่อยไปแทงด้วยกันทั้งหมดเลย นะ เขาตอบว่า ได้เลยเพื่อน เดี๋ยวกินเสร็จ ค่อยไปแทงด้วยกัน

 

            แต่ความรู้สึกของผมในตอนนั้น ผมเรียนด้วยความสัจจริง ผมมีความรู้สึกว่า มาอีกแล้ว-มาอีกแล้ว  พวกเรายังนั่งกันอยู่ภายในบ้านของ สิบเอกอาสา พวกเรายังไม่ได้ก้าวเท้าไปเที่ยวที่ไหนสักนิด แต่ผมกลับมีความรู้สึกว่า มาอีกแล้ว-มาอีกแล้ว อะไรมาหรือ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ย้อนถามผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนต้องยอมรับว่า ยังรู้สึกงงๆ กับคำว่า มาอีกแล้ว-มาอีกแล้ว มันหมายถึงอะไรหรือ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ เล่าต่อไปว่า มาอีกแล้ว ก็คือ วิญญาณไงล่ะ มันเริ่มมีวิญญาณตามกันมา แต่คราวนี้ มันมาเป็นกลิ่น แรกๆ มันมาเป็นกลิ่นหอม แต่ตอนหลังๆ มันกลับกลายเป็นกลิ่นเหม็น

 

            **ผู้เขียนถาม อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ ว่า ที่ว่ามาเป็นกลิ่นหอมนั้น มันไป็นกลิ่นหอมอะไร แล้วต่อมาได้เปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นนั้น มันเป็นกลิ่นเหม็นในลักษณะอย่างไร ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า กลิ่นที่มาตอนแรกเป็นกลิ่นหอมนั้น มันไม่ใช่กลิ่นธูป มันเป็นกลิ่นคล้ายๆ กับกลิ่นน้ำอบ ที่เราชอบนำมา สรงน้ำพระในวันสงกรานต์นั้นแหล่ะ พอผมได้กลิ่นแล้ว ผมพยายามจับภาพดูว่ามันเป็นกลิ่นอะไร เป็นกลิ่นของใคร แต่ผมยังจับภาพไม่ได้ ผมยังจับภาพไม่ติด ผมถาม สิบเอกอาสา ทันที

            สา ! บ้านหลังที่อยู่นี้ เป็นบ้านของใครหรือ สิบเอกอาสา ตอบผมว่า เป็นบ้านของ คุณป้า ครับ แล้ว สา รู้หรือไม่ว่า คนแถวนี้เขาอยู่กันยังไง มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า สา ตอบผมว่า ไม่รู้เลยครับ เพราะผมไม่ค่อยจะยุ่งกับใคร นานๆ ถึงจะมาที่บ้านหลังนี้สักครั้ง แต่ คุณป้า ก็ยกบ้านหลังนี้ให้ลูกชายของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นที่ สา บอกว่ากลับบ้านน่ะ ก็หมายถึงกลับมาที่บ้านหลังนี้ แล้วลูกของ คุณป้า ที่เป็นผู้ครอบครองบ้านหลังนี้ ก็หมายถึงญาติที่มีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ของสานั่นเอง ซึ่งกำลังนั่งดื่มนั่งกินในวงเหล้าด้วยกันนั่นแหล่ะ

 

            แต่ต่อมา กลิ่นที่ว่าหอมนั้น ยังมาไม่ถึงนาที ได้กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็น คราวนี้มาแบบแช่นานเลย กลิ่นเหม็นน่าจะมานานประมาณ 5-10 นาที่ ถ้าจะถามว่า กลิ่นเหม็นคล้ายกับอะไร ก็เหม็นเหมือนซากเน่าของหนูตาย หรือ หมาตายนั่นแหล่ะ ผมถาม สา ทันทีว่า แถวนี้มีหนูตายหรือหมาตายหรือเปล่าเนี่ย  เพราะกลิ่นเหม็นเน่ามันโชยมาแรงมาก สิบเอกอาสา ตอบผมว่า เรื่องหนูตายหรือหมาตายไม่มีแน่นอนครับ แล้วกลิ่นเหม็นเน่านี้ รู้สึกจะมีแต่ ตุ้ย ที่ได้กลิ่นเพียงคนเดียว คนอื่นไม่เห็นมีใครได้กลิ่นเลยนี่ครับ ผมกวาดสายตาไปรอบๆ บ้าน ก็รู้สึกได้ว่า บ้านก็ดูโล่งๆ ดี มองไม่เห็นอะไรที่จะรกรุงรัง จึงไม่น่าจะมีหนูตายภายในบ้านได้ ผมหันไปถาม สา อีกครั้งว่า สา เชื่อเรื่องผีเรื่องวิญญาณไหม สิบเอกอาสา ตอบผมว่า ไม่เชื่อหรอกครับ เรื่องแบบนี้มีจริงที่ไหน พอผมได้ยินแค่นั้น ผมเลิกพูดต่อทันที เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร  ผมไม่คุยเรื่องนี้ต่อ

 

            แต่ลึกๆ แล้ว ผมยังอยากรู้ว่า ไอ้กลิ่นเหม็นแบบนี้น่ะ มันไม่ดีแบบไหน อย่างไร ผมกำหนดจิตดูภาพลึกเข้าไปอีก อ้อ เห็นแล้ว ที่แท้ก็มีเรื่องของ ยาเสพติด เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิญญาณตนนี้นี่เอง จึงพอสรุปได้ว่า  กลิ่นเหม็นในลักษณะแบบนี้ ก็คือคนที่ตัวเองก่อนจะตาย หรือเสียชีวิต คนๆ นั้นไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อตายจากความเป็นคน หรือความเป็นมนุษย์แล้ว จึงมีกรรมติดตัว ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในลักษณะแบบนี้นี่เอง

            หลังจากที่ผมเห็นภาพว่า วิญญาณนี้มีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ผมพยายามดูลึกเข้าไปอีกเรื่อยๆ ว่า วิญญาณตนนี้ ปัจจุบันยังวนเวียนอยู่บริเวณนี้หรือเปล่า ก็ปรากฏ่า ยังวนเวียนอยู่แถวนี้ ดังที่ผมเคยเล่ามาหลายครั้งแล้วว่า ระหว่างที่ผมกำลังสื่อสารอยู่กับวิญญาณดีๆ นั้น ก็มักจะมีวิญญาณชั่ว หรือ วิญญาณร้าย เข้ามาผลักหรือถีบให้วิญญาณดี กระเด็นออกไป เพื่อหวังจะมาขอส่วนบุญส่วนกุศลจากผม ลักษณะเช่นนี้  ผมพบมาบ่อยมาก เพราะฉะนั้น ที่ตอนแรกบอกว่า มีกลิ่นหอมแบบน้ำอบ ก็หมายถึงตอนแรกมีวิญญาณดีมา

ขอสัมผัสกับผม แต่ต่อมา กลายเป็นกลิ่นเหม็นเข้ามาแทนที่ ก็หมายถึง มีวิญญาณร้ายเข้ามาแย่งที่ เพื่อหวังจะขอสื่อสารกับผม สื่อสารเพื่อขอส่วนบุญจากผมนั่นเอง

           

เรื่องต่างๆ ที่ผมได้สัมผัสนั้น ผมเคยเล่าไปหลายครั้งแล้วว่า ส่วนใหญ่ผมจะต้องหาโอกาสพิสูจน์ความจริงให้ได้ ว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมเดินออกจากบ้าน สา ไปหาข้อมูลทันที ผมออกอุบายกับ สา ว่า จะออกไปหาซื้อกับแก้มมากินกับเหล้า จะออกไปเดี๋ยวเดียว ตอนนั้นเวลายังไม่ดึก แค่ประมาณ 3 ทุ่มกว่าเท่านั้น จึงมี "พ่อค้า-แม่ค้า" ขายของกินมากมาย ผมย่างเท้าเดินไปถึงปากซอย ไปเจอร้านขายข้าวต้มแห่งหนึ่ง ซึ่งบังเอิญผมก็รู้จักกับเขาด้วย เพราะเขาเป็นคนศรีย่านด้วยกัน จึงรู้จักคนแถวนี้ดีเยอะ คนขายข้าวต้มคนนี้ชื่อ "เฮียตี๋" ผมเอ่ยปากถาม "เฮียตี๋" ทันที

เฮียตี๋...เฮียตี๋....  เฮียตี๋ หันหน้ามามองผม พร้อมกับเอ่ยปากทักว่า นึกว่าเสียงใคร ไม่เจอกันเสียนานเลยนะ มีอะไรหรือ ตุ้ย  อ.ตุ้ย เล่าต่อไปว่า พอผมร้องทัก เฮียตี๋ ไปแล้ว ผมถาม เฮียตี๋ ทันทีว่า เฮียตี๋ อยู่ที่นี่มานานแล้ว ถ้าจะย้อนกลับไปหลายๆ ปี เฮียตี๋ พอจะรู้หรือไม่ว่า เคยมีตนตาย ที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่  เฮียตี๋ ตอบทันควันทันที มีสิ คนที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แล้วตายคาเข็มฉีดยาเลยนะ โน่น ลานจอดรถไง  ตายอยู่บริเวณนั้น  เฮียตี๋ พูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่บริเวณกว้าง เป็นสถานที่จอดรถ ดูโล่งๆ หน้าโรงหนังจันทิมา นั่นเอง

            คำว่าตายคาเข็ม หมายความว่ายังไง อ.ตุ้ย พูดพร้อมกับขยายความต่อไปว่า ก็หมายถึงระหว่างที่เขาตายนั้น เขาตายขณะกำลังใช้เข็มฉีดยา ฉีดเข้าบริเวณร่างกาย แล้วก็ไม่ใช่หมายความว่าจะฉีดได้เฉพาะที่แขนเท่านั้นนะ จะฉีดเข้าบริเวณที่ขาก็ได้ ที่สะโพกก็ด็ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หาเส้นเลือดเจอเท่านั้น  ฉีดได้หมดเลย แต่คนที่ฉีดยาตายคนนี้ เป็นชายวัยรุ่นแถวนั้น และเมื่อตายแล้ว ญาติก็นำศพไปทำพิธีทางศาสนา

            และที่ผมบอกว่า กลิ่นหอมหายไป กลิ่นเหม็นเข้ามาแทนที่ ที่แท้ก็คือวิญญาณผู้เสพยาตนนี้นี่เอง  และวิญญาณนี้ก็ยังวนเวียนอยู่แถวนี้ ไม่ได้ไปไหน และผมยังเห็นอีกว่า ยังมีวิญญาณอีกมากมายที่อยู่ในบริเวณแถวนี้ เหมือนกับวิญญาณพวกนี้จะรู้ว่า ผมสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ ก็เลยพากันมาตอม มาตอมก็คือมาขอส่วนบุญกับผมนั่นเอง แต่ละวิญญาณก็เหมือนเดิม พอสัมผัสกับผมได้ ก็จะพูดว่า ศล-กุศล-ขอกุศล คือการขอกุศลจากผมนั่นเอง และ หนึ่งในนั้น ยังมีวิญญาณของเพื่อนผมอยู่ตนหนึ่ง

           

            อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ถามผู้เขียนว่า จำได้ไหมที่ผมเคยเล่าเรื่องของเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อ ต้อที่บอกว่าเขาติดยาเสพติดถึงขั้นต้องฉีดยา แล้วต่อมาถูกตำรวจจับ ต้องไปนำตัวไปจองจำในเรือนจำ สุดท้ายต้องตายในเรือนจำ จำได้ไหมคนๆ นั้นน่ะ บางครั้งผมอาจจะเล่าข้ามไปข้ามมา ท่านผู้อ่านอาจจะสับสนก็ตาม ต้องขออภัยด้วยนะครับ วิญญาณเพื่อนผมคนนี้ ก็อยู่ในกลุ่มที่มาขอส่วนบุญกับเขาด้วย มาวนเวียนอยู่แถวนี้ ภาพที่ออกมา วิญญาณพวกนี้คอยเดินตามผม เดินตามผม ผมก็พยายามกำหนดจิตบอกพวกเขาว่า จะอุทิศกุศลไปให้-จะอุทิศกุศลไปให้บอกพวกเขาไปว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบุญกุศลจะไม่ได้รับนะ เดี๋ยวจะอุทิศกุศลไปให้ทุกๆ ตนเลย ภาพที่เห็นวิญญาณพวกนั้นก็จะค่อยๆ หายไปทีละตนสองตน จนสุดท้ายก็หมดไป

 

            แต่ข้อสำคัญ มันมีลึกไปกว่านั้นอีก ที่บอกว่ามีกลิ่นเหม็นเข้ามาแทรก ทั้งๆ ที่ตอนแรกได้รับกลิ่นหอมแบบน้ำอบไทย นี่เป็นเพียงพื้นๆ เท่านั้น ดังที่บอกไปในตอนต้นว่า กลิ่นหอมคือวิญญาณดี กลิ่นเหม็นก็

คือวิญญาณไม่ดี นี่เป็นเพียงพื้นๆ เท่านั้น มันมีสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้น มันมีเรื่องของคดีความเข้ามาเกี่ยวข้องอีก สิ่งนั้นก็คือ แหล่งค้ายา

            ซึ่งถ้าผมรู้ ถ้ามันจะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ หรือเป็นประโยชนน์ต่อสังคม ผมก็จะมีวิธีการทั้งเหตุและผลในการช่วยเหลือสังคม เมื่อภาพออกมาว่า ชายวัยรุ่นตายในบริเวณลานจอดรถหน้าโรงหนัง ภาพที่ตามมาก็คือ แหล่งค้ายาหรือสถานที่จำหน่ายยาให้กับผู้เสพยา ก็อยู่ใกล้ๆ แถวนั้น อยู่บรืเวณหลังโรงหนัง เขาใช้เป็นสถานที่ ซื้อ-ขายยาเสพติด

            เวลานั้น ยาบ้า ยังไม่มี มีแต่เฮโรอีนและผงขาว การที่มีกลิ่นเหม็นวิ่งเข้ามาปะทะกับจมูกผมนั้น แท้ที่จริง วิญญาณเขาต้องการสื่อสารกับผมว่า สถานที่ค้ายาเสพติดตั้งอยู่ที่ไหน  อย่างไร อยากให้ผมทราบ พอผมทราบแหล่งค้ายาเสพติดว่าอยู่ตรงไหนแล้ว กลิ่มเหม็นก็จางหายไปทันที เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมาก

 

            **ผู้เขียนถาม อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ว่า วิญญาณตนนี้ทำเพื่ออะไร คือมาให้อาจารย์ได้กลิ่น จากนั้น ก็ดลจิตดลใจให้อาจารย์ออกจากบ้านเพื่อน ที่กำลังนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากันอยู่ เพื่อสืบหาเรื่องราวที่ทำให้ได้กลื่นในวันนั้น วิญาณทำเพื่อะไรและทำไม ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า อย่าลืมนะ วิญญาณตนนี้ ก็คือคนเป็นๆ ที่ได้ตายไปแล้ว เขาอาจจะตายด้วยอุบัติเหตุหรือป่วยตายก็ตาม คือ ตายก่อนหมดอายุไข แต่สำหรับวิญญาณนี้ ตายเพราะยาเสพติด วิญญาณพวกนี้ส่วนใหญ่ จะยังไม่ได้ไปเกิด จนกว่าจะครบอายุไขเสียก่อน เช่น บางคนมีอายุไขอยู่ที่ 70 ปี แต่ด้วยวิบากรรม ทำให้เขาต้องตายก่อนวัยอันควร คือตายก่อนอายุไข 70 ปี เช่น มีอายุเพียงแค่ 40 ปีก็ตายแล้ว วิญญาณพวกนี้  ต้องรอเวลาที่เขาจะมารับ อย่างในเรื่องเก่าๆ ที่เผมเคยเล่าไปแล้วหลายครั้ง วิญญาณบอกแต่ว่า ให้รอ รอผู้จะมารับ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้มารับ

            การที่วิญญาณนี้มาบอกให้ผมรู้ว่า แหล่งค้ายาเสพติด ตั้งอยู่ที่ไหน ก็เหมือนกับเขาได้สร้างความดี ก็ถือได้ว่าเป็นการสร้างกุศลได้อย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะถ้าแหล่งค้ายาเสพติด ถูกเจ้าหน้าที่กวาดล้างไปได้แล้ว  ยาเสพติดก็จะไม่แพร่หลาย ทำให้คนดีๆ หรือเยาวชนของชาติ ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งอาจทำให้เสียอนาคตไป กลายเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ อาจจะเหมือนกับตัวเขา ที่เมื่อติดยาเสพติดไปแล้ว จะต้องถูกตำรวจจับกุม เข้าเรือนจำ สุดท้าย ก็คือตายในเวลาอันควร หรือเรียกว่าตายก่อนหมดอายุไขนั่นเอง

            พอผมรู้ว่า บ้านที่ค้ายาเสพติดนั้น มีลักษณะเช่นไรแล้ว ผมเดินทางไปบ้านหลังดังกล่าวทันที ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของ สิบเอกอาสา ที่เพื่อนๆ กำลังนั่งล้อมวงกินเหล้ากันนั่นแหล่ะ แต่ทว่า บ้านหลังดังกล่าว ก็คือบ้านของเพื่อนผมอีกคนหนึ่งนั่นเอง

 

            **ผู้เขียนถามว่า เพื่อนคนที่ค้ายาเสพติดก่อนตายคนนั้น เป็นทหารด้วยกันหรือไม่ สนิทสนมกันหรือเปล่า เขามีอาชีพอะไร ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า เป็นเพื่อนรุ่นพี่ เขามีอายุแก่กว่าผมหลายปี สิ่งสำคัญ เขาเป็นขาใหญ่แถวนี้ เรียกว่าเป็นนักเลงหัวไม้แถวนี้ คนแถวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขาสักคน แต่ที่เป็นเพื่อนกับผมได้นั้น ผมเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่า ผมชอบคบคนที่มีอายุมากกว่าผม แถมยังสนิทสนมกันอีกด้วย เพราะเพื่อนรุ่นพี่ผมทุกคน มักจะเกรงใจผมทั้งนั้น เพราะผมเป็นนักประสานไง ใครหรือคนไหนมีเรื่องมีราว ผมมักจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เรียกว่าเป็นนักประสานสิบทิศ จะสำเร็จทุกรายเลยทีเดียว

            แต่เรื่องแบบนี้ ผมต้องแยกแยะ เขาคือเพื่อนผม-แต่เขาค้ายาเสพติดผมจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ถามว่าผมเป็นใคร ผมไม่ใช่ตำรวจ ผมเป็นทหาร หน้าที่ของผมไม่ใช่มาจับยาเสพติด แต่ถ้าผมไม่ปราม ทั้งที่ผมรู้ว่าว่า ผู้ค้ายาเสพติดคือใครผมว่าตัวผมเองก็คงไม่ใช่คนดีของสังคมเช่นกัน ผมตัดสินใจเดินตามหาเพื่อนผมคนนี้ทันที เพื่อนคนนี้ชื่อ เล็กเอ่ยชื่อคนๆ นี้หลายจะรู้จักดี โดยเฉพาะคนที่อยู่แถวศรีย่าน  ในยุคนั้น จะต้องร้องอ๋อทันที ผมเดินตามหาเพื่อนผมคนนี้ไปทั่ว ก็ไม่เจอ

 

            **ผู้เขียนถามว่า เพื่อนอาจารย์คนนี้ เขาอยู่กับพ่อแม่หรืออยู่ตัวคนเดียว มีครอบครัวหรือยัง แล้วเป็นบ้านตัวเองหรือบ้านเช่าครับ ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า เขาอยู่ตัวคนเดียว ความจริงก็มีภรรยาแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ภรรยาจะไปหาเขาแบบไปๆ มาๆ แล้วบ้านก็เป็นบ้านเช่า ก็คือบ้านที่ค้ายาเสพติดหลังนั้นแหล่ะ ผมเดินตามหาเพื่อนคนนี้จนทั่วก็ไม่เจอ ผมคิดอยู่ในใจ ผมต้องเจอเขาเสียก่อน ผมต้องเจอให้ได้ แล้วจะพูดกับเขาดีๆ พูดแบบมีเหตุมีผล ไม่ทำลายน้ำใจเขา แต่ก็หาเขาไม่พบ พอไม่พบ ผมก็เดินกลับไปที่บ้านของ สิบเอกอาสา เดินถือถุงกับแก้มไปด้วย แต่ใจผมได้ได้อยู่ที่วงเหล้าเสียแล้ว ผมครุ่นคิดแต่ว่า วันนี้ไม่เจอเพื่อนคนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่วันต่อไปก็ต้องเจอ แล้วผมจะพูดกับเขายังไงดี เขาถึงจะเลิกค้ายาเสพติดได้ ผมครุ่นคิดถึงแต่เรื่องนี้ตลอดเวลา

            พอผมเดินถึงบ้าน สิบเอกอาสา ผมก็เข้าไปนั่งวงดื่มเหล้าด้วยกันต่อ พอนั่งดื่มเหล้าไปได้สักครู่ สิบเอกอาสา ก็ชวนผมและเพื่อนๆ ไปเล่นสนุ๊กเก้อร์กัน พอไปถึงที่ร้าน ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่สอง พอก้าวเท้าเข้าไปเท่านั้น ผมก็พบกับ เล็ก เพื่อนผมคนนี้ทันที ที่เมื่อสักครู่ผมเดินตามหาเขาไปทั่วก็ไม่เจอ  เพื่อนผมคนนี้กำลังแทงสนุ๊กเก้อร์ซะเพลิน ความรู้สึกของผมขณะนั้นมีว่า คืนนี้ ผมต้องทำอะไรสักอย่าง หมายความว่า ต้องมีทางออกที่ดีๆ

            ดังนั้น ผมจึงบอกให้ สิบเอกอาสา ไปเล่นสนุ๊กเก้อร์กับเพื่อนของเขาไปก่อน ส่วนตัวผม จะเดินไปคุยกับ เล็ก สักครู่ ผมกวักมือเรียก เล็ก ทันที บอกว่า มีเรื่องขอคุยส่วนตัวสักนิด เล็ก ทำหน้างงๆ ก็ไม่รู้ว่าผมอยากจะคุยเรื่องอะไรกับเขา แต่ก็ไม่ได้เจอกันสียนาน เพื่อนได้แต่ทักว่า เป็นไงตุ้ย สบายดีหรือเปล่า จะคุยอะไรหรือ ได้เลยเพื่อน เขาวางคิวสนุ๊กพร้อมกับเดินมาหาผมทันที เราสองคนเริ่มคุยกันแบบส่วนตัว ยืนห่างไกลจากเพื่อนๆ ของตัวพอสมควร

            ผมพูดก่อนว่า เล็กเราคือเพื่อนกันนะ เล็ก ตอบทันทีว่า ตุ้ยมีอะไรหรือเปล่าล่ะ ผมพูดต่อไปว่า เล็ก ถามจริงๆ กำลังทำอะไรอยู่ เล็ก รู้อยู่แก่ใจนะ อะไร ตุ้ย พูดอย่างนี้ ตุ้ยหมายความว่าอะไรหรือ ตุ้ย มีอะไรหรือเปล่า ผมพูดต่อไปว่า เล็ก ทำอะไรอยู่เล็กรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังไม่สายนะ กลับใจเลิกทำเถอะ เอ๊ะ  ตุ้ยพูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย เพื่อนทำท่างงๆ ผมเลยต้องพูดย้ำเข้าไปอีกว่า ยาเสพติด ไง !เพื่อนคงรู้อยู่แก่ใจนะ เพื่อนจ้องหน้าผมทันที ตุ้ย ไปรู้ข่าวมาจากใครหรือ ผมพูดซ้ำอีกครั้งว่า เล็ก เลิกซะดีกว่านะ

 

            **ผู้เขียนถามว่า ตอนนั้นเพื่อนฝูงยังไม่รู้ใช่ไหมว่า อาจารย์มีญาณตาทิพย์มาตั้งแต่เกิด หรือมีญาณตาทิพย์มาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า ใช่ เพื่อนไม่เคยรู้มาก่อนว่า ผมมีญาณตาทิพย์มาตั้งแต่เกิดแล้ว เพื่อนจึงพูดแบบตัดบทว่า ตุ้ย ฟังผมให้ดีนะ ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ผมจะหาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูกน้องบริวารของผม ผมดูแลคนเยอะนะ ผมพูดสวนไปว่า เล็ก ดูแลคนเยอะก็จริง แต่ เล็ก ก็ไม่จำเป็นต้องมายุ่งเรื่องยาเสพติดก็ได้ เล็ก พยายามหาเหตุผลมาอ้างกับผม ผมจึงต้องพูดอีกว่า วันนี้ เรายังคุยกันแบบเพื่อนนะ แต่ถ้าวันหนึ่ง เล็ก เกิดพลาดล่ะ แต่พลาดก็ยังไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องของยาเสพติดนะ มันทำร้ายทำลายคนนะ เล็ก มองผมแบบสีหน้าและความรู้สึกที่เปลี่ยนไปทันที เล็ก กล่าวหาผมว่า ผมได้ตั้งกำแพงต่อเขาแล้ว แต่ผมก็พูดแบบมีเหตุและผล พยายามขอให้  เล็ก เลิกค้ายาให้ได้ แต่เขาไม่ตอบผม ไม่รับปากผม เขาเดินจากผมไปทันทีโดยไม่ต้องการคุยกับผมต่อไปอีก เหมือนกับตัวผมขณะนี้ ได้กลายเป็นภัยร้ายสำหรับตัวเขาไปเสียแล้ว เขาไม่ได้เดินกลับไปเล่นสนุ๊กเก้อร์กับเพื่อนๆ ของเขาที่เล่นด้วยกันตั้งแต่แรก แต่เขาเดินออกจากร้านสนุ๊กเก้อร์ เดินออกไปนอกร้านทันที

            ผมต้องมองตามหลังของเขาออกไป มองว่า เล็ก เดินออกไปที่ไหน เพราะถึงแม้ว่า เล็กจะเป็นรุ่นพี่ผม แก่กว่าผมนับสิบปี แต่เราก็คบกันมานานหลายปีเช่นกัน พอเล็กเดินออกไปนอกร้านแล้ว ผมมารู้ภายหลังว่า เล็ก กลับไปที่บ้าน เขาไปเก็บ ยาเสพติด ที่ซุกซ่อนไว้ภายในบ้านออกไป ไปหาที่ซุกซ่อนแห่งใหม่ แล้วคืนนั้น เล็ก ก็ย้ายบ้านหลังดังกล่าวหนีไปทันที คือเล็กเกิดความระแวงว่า ถ้าผมรู้ว่าเขาซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว ผมอาจจะไม่ได้รู้เพียงคนเดียว ผมอาจจะไปบอกใครต่อใครอีกหลายคนก็ได้

            หลังจากนั้นไปอีกหลายเดือน ผมไม่ได้เจอ เล็ก อีกเลย จนกระทั่งผมมาเจอ เล็ก อีกครั้งในตลาดสดใกล้กับ โรงหนังจันทิมา เขามองหน้าผม-ผมก็มองหน้าเขา สายตาประสานกัน ภาพปรากฏขึ้นทันที เอ๊ะ !  ภาพแบบนี้มันหมายความว่าอะไร  ภาพแบบนี้มันหมายความว่าความตายนี่ เล็ก กำลังจะตาย ตายเพราะหมดอายุไข หรือ ตายก่อนกำหนด มันไม่ใช่ภาพดำแบบธรรมดาๆ แต่เป็นภาพดำเงา-ดำเงา ดำเงาก็คือความตาย บอกได้คำเดียวว่า เล็ก เตรียมตัวตายได้แล้ว และมาเร็วเสียด้วย ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ผมชักเป็นห่วง เล็ก อย่างจับจิตจับใจ

            ผมเดินเข้าไปหา เล็กทันที ความรู้สึกของเขา ผมรู้ได้ทันทีคือ ความรู้สึกแรก เขารู้สึกดีใจที่ได้พบผม แต่ความรู้สึกที่สอง เขาไม่อยากเจอผมเหมือนกัน เพราะเกรงว่าผมจะรู้มากเกินไป แต่ด้วยความที่เราเคยรู้จักกันมาก่อน คนคุ้นเคยกันแท้ๆ ผมถามไถ่ เล็ก ทันที เป็นยังไงเล็ก สบายดีไหม เล็ก ตอบผมว่า สบายดี ผมพูดต่อทันที เล็ก ช่วงนี้ทำอะไรต้องระวังตัวหน่อยนะ เพราะภาพมันไม่ค่อยดี เล็ก ได้ยินเช่นนั้น เล็ก ก็ย้อนถามผมว่า ภาพอะไรไม่ค่อยดีน่ะ ตุ้ย พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลย แต่ผมขี้เกียจตอบ-ขี้เกียจอธิบาย ได้แต่พูดว่า ทำอะไรให้ระมัดระวังก็แล้วกัน ผมยังถามต่อด้วยว่า เรื่องยาเป็นยังไงล่ะ เล็ก ไม่ตอบผม เขาเปลี่ยนเรื่องคุยทันที แต่เรื่องยาเขาก็ไม่ได้เก็บในที่เดิมอีกต่อไปแล้ว เขาขนไปเก็บที่อื่นพร้อมย้ายบ้านหนีตามที่ผมได้เล่าไปเมื่อสักครู่

            อีกสัปดาห์ต่อมา ผมก็ได้ข่าวว่า เล็ก ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับขณะกำลังส่ง ยาเสพติดให้ลูกค้า เป็นช่วงเวลาเย็นๆ เล็ก ถูกศาลตัดสินเข้าไปรับโทษในเรือนจำ ต่อมา เพื่อนมาบอกให้รู้ว่า เล็ก ตายในเรือนจำ ที่เรามักเรียกกันว่า ลงแดงตายผลการชัณสูตรพลิกศพของแพทย์ เล็ก ตายด้วยสาเหตุหลายโรคคือ 1-เล็ก  ติดโรคเอดส์  2-เล็กเป็นโรคมะเร็งตับ 3-เล็กเป็นโรคมะเร็งปอด  ถ้า เล็ก เชื่อผมไม่ไปค้ายาเสพติดตั้งแต่แรก เล็ก ก็คงไม่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ เล็ก ก็คงไม่ต้องเข้าเรือนจำ  อาจไม่เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง  เพราะโรคร้ายเหล่านี้ มันคล้ายกับเป็น โรคเวรกรรม เวรกรรมเพราะค้ายาเสพติดนั่นเอง ยังไม่จบเพียงแค่นั้น  ต่อมา ผมทราบข่าวว่า ภรรยาของ เล็ก ที่บอกว่าไปหาเล็กแบบไปๆ มาๆ คนนั้นน่ะ ก็มาเสียชีวิตด้วย โรคเอดส์ ตามสามีไปอีกคน ถือว่าเป็นเรื่องของเวรกรรมแท้ๆ

           

            เรื่องนี้ ก็สืบเนื่องจากเรื่องของ กลิ่นหอม-กลิ่นเหม็น ที่ปรากฏให้ผมได้กลิ่นในตอนแรกนั่นเอง ที่ทำให้ผมใคร่อยากรู้และหาทางพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า กลิ่นหอมคืออะไร-กลิ่นเหม็นคืออะไรจนกระทั่งสืบรู้ได้ว่า  มีวัยรุ่นเสพยาจนตายคาเข็ม แล้วรู้ถึงผู้ค้ายาเสพติดก็คือเพื่อนของผม ซึ่งต่อมาต้องจบชีวิตลงใน เรือนจำ  ด้วยโรคร้าย ต่อมาภรรยาของเขา ก็ต้องมาตายด้วย โรคเอดส์ เช่นเดียวกัน เพราะกรรมที่ร่วมกันสร้าง โชคดีที่ทั้งคู่ยังไม่มีลูกด้วยกัน มิฉะนั้น ลูกก็ต้องเป็นภาระให้กับสังคมเป็นแน่แท้

 

            เรื่องนี้ยังสอนให้เราเชื่อในเรื่อง บาปบุญ-คุณโทษทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่ว ตรงตามหลักคำสอนของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและอย่าลืมว่า วิญญาณทุกวิญญาณ ต้องการขอส่วนบุญทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น  เมื่อมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์แล้ว อย่าลืมสั่งสมบุญให้มากที่สุด-เท่าที่จะมากได้ จะได้ถือว่าเป็นคนไม่ประมาทในชีวิตนั่นเอง.

 

-ณัชพล เทพนิมิต-

 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 
ผู้ชม
วันนี้ 39
เมื่อวาน 90
ทั้งหมด 24,352,383
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 39
เมื่อวาน 90
ทั้งหมด 41,582,514

www.kontatiptv.com  © 2018 All rights reserved.

 
เว็บสำเร็จรูป
×