อีเมล์
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
วิธีหนีนรก ตามแนว “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”
18-ตอน-วิญญาณเป็นกลุ่ม ให้ช่วยเด็กจมน้ำ

ตอน : วิญญาณเป็นกลุ่ม-ให้ช่วยเด็กจมน้ำ

            อ.ตุ้ย เอ็กเรย์เล่าเรื่องต่อไปว่า เรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อตอนผมมีอายุประมาณ 12 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนเยาวชนศึกษา และในช่วงระหว่าง ปิดเทอม คุณลุงสิงห์ขอน เป็นญาติกัน เขาที่มีบ้านพักอยู่ที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ต้องขอบอกก่อนว่า เรื่องนี้ จะคล้ายๆ กับเรื่องที่ผมเคยเล่ามาแล้ว เกี่ยวกับการเข้าไปช่วยเด็กหญิงคนนี้ ซึ่งมีอายุเพียง 12 ปี ให้เขารอดพ้นจากการจมน้ำตาย ต่ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ผมไม่ได้เล่าในตอนนั้น คือ เรื่องที่พบวิญาณเด็กมากมาย จึงขอนำมาเล่าเพิ่มในวันนี้

            คุณลุงสิงห์ขอน นั้น มีลูกอยู่ 2 คน คนโตเป็นชาย ชื่อ เด็กชายปอ อายุอ่อนกว่าผมประมาณ 1 ปี คือประมาณ 11 ปี คนเล็กเป็นหญิง ชื่อ เด็กหญิงติ๋ม อายุอ่อนกว่าผม 2 ปี คือประมาณ 10 ปี เรื่องมีอยู่ว่า ขณะที่สองพี่น้อง กำลังจะไปเดินเล่นที่ชายทะเล บริเวณสะพานปลา สำหรับให้ชาวประมงนำเรือจับปลามาเทียบท่า เพื่อขายปลาอยู่ที่บริเวณนี้ โดยมีผม เดินตามไปด้วยรวมทั้งหมด 3 คน ขณะที่กำลังเดินเท้าไปที่บริเวณดังกล่าว พอใกล้ถึงเป้าหมาย เอาอีกแล้ว มากันเยอะแยะเลย ก็วิญญาณไงล่ะ ผมเห็นมากันเป็นกลุ่ม

           

            ตอนแรกเห็นเป็นวิญญาณเด็ก เวลาขณะนั้นเป็นช่วงบ่ายๆ ยังไม่มืดค่ำ เป็นวิญญาณณเด็กเดินนำหน้า อยู่ในวัย 5-10 ขวบ โดยมีวิญญาณเด็กโตเดินตามหลัง อายุประมาณ 25-30 ปี ผมเห็นใบหน้าของแต่ละวิญญาณ เป็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ความจริงตอนนั้น ผมยังใช้จิตสัมผัสได้แบบไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร  เพียงแต่รู้ว่า หน้าตาเป็นอย่างไร และรู้ว่าเขายิ้มให้เราเท่านั้น

            เขาสื่อสารกับผม บอกผมว่า ผมเป็นคนดี และจะได้ทำความดีในวันนี้ พอผมได้ยินเช่นนั้น ผมก็ยังรู้สึกงงๆ ไม่เข้าใจคำพูดของเขาสักเท่าไร ท่านผู้อ่านอย่าลืมว่า ตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก อายุแค่ 12 ขวบเท่านั้นนะ ผมรู้เพียงคร่าวๆ เท่านี้เอง พอไปถึง ผมก็เดินขึ้นไปยัง สะพานปลา ที่เขาสร้างยื่นออกไปยังทะเลนั่นแหล่ะ

    

            **ผู้เขียนถามว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นก่อนที่อาจารย์จะได้ช่วยเหลือเด็กไม่ให้จมน้ำ หรือเกิดขึ้นหลังจากที่อาจารย์ ได้ช่วยเหลือเด็กไปแล้วครับ ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือเวลาเดียวกันเลยครับ เพียงแต่ตอนนั้น ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับผีๆ ที่ผจญในวันนั้น ปล่อยให้ตอนนั้นข้ามไปก่อน พูดแต่เรื่องช่วยเหลือเด็กยังไง แต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่เจอวิญญาณมากมาย กล่าวคือ ในระหว่างที่ผมเดินไปยัง สะพานปลา แล้วก็โดดลงจากสะพานปลา ลงไปในทะเลเพื่อว่ายน้ำเล่นอยู่นั้น คือ พอตัวลงทะเล ผมก็จะว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง ซึ่งเป็นชายหาด ผมต้องเดินจากชายหาด มาขึ้นสะพานปลา แล้วก็โดดลงทะเลไปใหม่ ทำอย่างนี้หลายเที่ยวหลายครั้ง เป็นการว่ายน้ำเล่นนั่นเอง

            ขณะที่กำลังเดินจากชายหาดเพื่อจะมาขึ้น สะพานปลา อยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงวิญญาณเด็กบอกว่า  ระวัง ! ความดี...ระวัง ! ความดี...ผมหยุดชะงัก ในการกระโดดลงน้ำทะเลทันที เอ๊ะ ! วิญญาณหรือผีกลุ่มนี้ เป็นเสียงเด็ก บอกอะไรกับเรานะ ไม่เข้าใจเลย ผมรู้ว่าวิญญาณเด็กหรือผีเด็ก กำลังสื่อสารกับผม แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจความหมายอยู่ดี

            จากนั้น ผมก็กระโดดลงทะเลไปใหม่ ว่ายน้ำเข้าฝั่ง และกำลังเดินขึ้น สะพานปลา ทันใดนั้น ผมก็เห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังยืนอยู่บนสะพานปลาแท้ๆ เด็กผู้หญิงคนนี้ เป็นลูกของข้างบ้าน คุณลุงสิ่งห์ขอน แม่ของเขามาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ กับ คุณลุงสิงห์ขอน เขาเดินตามพวกเราทั้ง 3 คน มาเดินเล่น สะพานปลา นั่นเอง

            แต่การกระโดดลงน้ำทะเลของผมคราวนี้ ผมรู้สึกว่าตัวผมจะหนักมาก ไม่เหมือนกับการกระโดดที่ผ่านๆ มาทั้ง 2-3 ครั้ง ผมรู้สึกอึดอัด อ๋อ ภาพปรากฏเลย ที่แท้ก็เป็นเพราะมีวิญญาณเด็กต่างๆ ที่กล่าวมา เข้ามารุมล้อมเกาะตัวผมมากมายเต็มไปหมด ตอนนั้น น้ำทะเลเริ่มหนุนแล้ว น้ำทะเลเริ่มขึ้นแล้ว พอผมโดดลงไปในทะเลคราวนี้ ผมรู้สึกตัวหนักมาก ร่างผมต้องจมลงไปหลายเมตร แต่ผมว่ายน้ำแข็งตั้งแต่เด็กแล้ว เสียงยังมาอีก ระวัง ! ความดี...ระวัง ! ความดี...

           

            ทันใดนั้น ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนดังกล่าว กระโดดลงทะเลตามผมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมคิดไม่ถึงว่าเธอจะกล้ากระโดดลงทะเลอย่างนั้น เพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น ผมเห็นเธอยกมือโหวกเหวกร้องเรียกให้คนช่วย  ขณะเดียวกัน ผมเห็นวิญญาณเด็กเล็กเด็กโต ต่างเอาใจช่วย ต่างเฮและก็เชียร์ให้ผมโดดน้ำลงไปช่วยเธอ เหมือนยังกับในหนังหรือบทภาพยนตร์ทีเดียว ผีหรือวิญญาณเด็กพวกนี้ ล้วนแต่เป็นผู้ที่เสียชีวิตในย่านนี้ทั้งสิ้น เสียชีวิตบริเวณสะพานปลา และบริเวณใกล้เคียงแถวนี้ ถึงมารวมกลุ่มกัน เป็นกองเชียร์ที่ต้องการให้ผมช่วยเด็ก วิญญาณพวกนี้ถือว่าเป็นวิญญาณที่ดีกลุ่มหนึ่ง

    

            **ผู้เขียนถาม อ.ตุ้ย ว่า เคยได้ยินคนเล่า ต้องระวังผีหรือวิญญาณที่จะคอยยุยงหรือส่งเสริม ให้คนฆ่าตัวตาย เพื่อให้มาเป็นเพื่อนกับพวกเขา อาทิ ยุให้แขวนคอตาย ยุให้กระโดดตึกตาย ยุให้ยิงตัวตาย ฯลฯ แต่บังเอิญมีคนช่วยเขาได้ทัน เขาก็จะเล่าให้ฟังในภายหลังว่า เหมือนมีวิญญาณ มายุยงให้เขาฆ่าตัวตาย ผู้คิดฆ่าตัวตายที่รอดมา มักจะบอกว่า เขาทำอะไรลงไปโดยไม่รู้สึกตัวว่าได้ทำอะไรลงไป เหมือนคนไม่มีสติยังไงยังงั้น ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า นั่นไง ผมถึงบอกว่า วิญญาณกลุ่มนี้ เป็นวิญญาณที่ดี ต่างก็มาเชียร์ให้ผมรีบไปช่วยเหลือเด็กคนนี้ ในขณะที่ข้างล่างใต้ สะพานปลา หมายถึงตัวเด็กที่โดดลงทะเลไปแล้ว ก็กำลังผุดกำลังโผล่ ทำท่าจะไปไม่รอด ถ้าผมไม่โดดน้ำลงไปช่วย ก็คงตายแน่ๆ ลูกของ คุณลุงสิงห์ขอน ทั้ง 2 คน ต่างก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นน้องหญิงลูกคนข้างบ้านกำลังจะจมน้ำตาย ลูกของ คุณลุงสิงห์ขอน ทั้ง 2 คน ต่างก็จ้องมองผมว่า จะทำยังไงดี ทั้งๆ ที่ตัวผมก็ยังเป็นเด็กเหมือนกัน อายุแค่ 12 ขวบเท่านั้น แต่อาศัยว่าผมเป็นคนว่ายน้ำเก่งตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กแล้ว ความจริงผมรู้สึกตกใจเหมือนกัน จู่ๆ เด็กหญิงคนนี้จะโดดลงน้ำทะเลทำไม ทั้งๆ ที่น่าจะรู้ตัวแต่แรกแล้วว่า "ว่ายน้ำไม่เป็น" ผมตัดสินใจพุ่งตัวลงทะเล ทันใดนั้น ก็เหมือนมีเสียงปรบมือเป็นจำนวนมาก วิญญาณปรบมือให้กำลังใจผมนั่่นเอง ปรบมือเชียร์ผม ความจริงถึงแม้จะไม่มีวิญญาณมาเชียร์ผม ด้วยสัญชาติญาณที่ผมว่ายน้ำเก่ง ยังไง ยังไง ผมก็ต้องโดดลงน้ำทะเลลงไปช่วยอยู่ดี ผมนึกในใจ เหตุการณ์แบบนี้ วิญญาณยังคิดเล่นสนุกกันอยู่อีกหรือ ผมเห็นมีวิญญาณจำนวนมาก จะรียกว่า "กำลังเกาะติดสถานการณ์" ก็คงจะไม่ผิด เพราะไม่ยอมอยู่ห่างจากตัวผมเลย พอผมว่ายน้ำใกล้ไปถึงตัวเด็ก มือของน้องหญิงทั้งสองมือ ก็กอดรัดตัวผมซะแน่น กอดแน่นจนผมหายใจแทบไม่ออก ตอนนั้น น้ำทะเลก็เริ่มจะลึกแล้ว เป็นช่วงที่น้ำทะเลกำลังหนุนขึ้นอีก

    

            ผมกำหนตจิตถามตัวเองทันทีว่า เราจะเป็นอะไรหรือเปล่า ปรากฏว่า ผมเห็นเป็นภาพสว่าง สว่างก็หมายถึงดี ผมจะไม่ได้รับอันตรายอะไร ผมถูกรัดซะแน่นจริงๆ สักพักหนึ่ง ประมาณ 30 วินาทีเห็นจะได้ ผมตัดสินใจ เอามือค่อยๆ แกะมือของเธอออก จากนั้น ผมต้องใช้เท้า ถึบเธอออกอย่างแรง ต้องใช้คำว่าถีบเลยนะ มิฉะนั้น ผมไม่รอดแน่ ไม่รอดมิใช่เพียงคนเดียว แต่จะไม่รอดทั้งเธอและผมรวม 2 คนเลย ถ้าไม่ถีบรับรองตายแน่ๆ

           

            พอผมถีบเธอออกไป ร่างของเธอก็จมลงสู่ก้นทะเลอีกครั้ง จากนั้น ผมก็ว่ายน้ำเข้าไปหาเธอใหม่ แต่คราวนี้ ผมใช้วิธีเข้าทางด้านหลัง ผมเข้าถึงตัวก็ล็อคคอเธอทันที เธอพยายามจะพลิกตัวเข้าหาผม แต่ผมไม่เปิดโอกาส ผมพยายามเอียงตัวหนีเธอไว้ อีกมือก็คอยกระเพื่อมน้ำเพื่อเข้าฝั่ง จังหวะนี้เอง เอาอีกแล้ว วิญญาณพวกเด็กเล็กเด็กโต ต่างก็เข้ามาเชียร์ผม ปรบมือให้ผมแบบไม่ยอมทิ้งห่างทีเดียว ผมยังคิดในใจ วิญญาณพวกนี้ขี้เล่นจริงๆ หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ มันยังคอยเชียร์คอยให้กำลังใจกับเราอีก แต่ผมสังเกตุเห็นได้ว่า วิญญาณทุกวิญญาณ จะยิ้มแย้มแจ่มใสกับผมทุกตัวตนเลยทีเดียว

            แต่มีอยู่วิญญาณหนึ่ง ได้ยกนิ้วโป้งให้ผม แต่ก่อนที่เขาจะไป เขาก็ไม่ลืมที่จะขอกุศลกับผมด้วยคำว่า ศล-ศลเขาพูดคำๆ นี้ 2 ครั้ง แล้วค่อยไป ผมนึกในใจ ทุกวิญญาณล้วนต้องขอกุศลจากมนุษย์ทั้งสิ้น ถ้าเขาสามารถติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ได้ ถือเป็นกฎตายตัวทีเดียว

 

            ตอนนั้นผมมีสติว่า ถ้าผมถอยออกมานานเกินไป เด็กผู้หญิงคนนี้ต้องตายแน่ เพราะผมเห็นแต่ภาพ  เทา-ดำ-เทา-ดำแต่ยังไม่ถึงขนาดเป็น ดำ-เงาหรือดำแบบมะเมื่อมๆ ผมยังพาเธอเข้าฝั่งไม่ได้ เพราะตัวเธอก็หนัก ตัวผมก็หนัก ผมก็เลยต้องพาเธออ้อมไปยังเสาใต้สะพาน ที่เขาสร้างไว้ค้ำ สะพานปลา นั่นเอง

            เรื่องนี้จึงพอสรุปได้ว่า คนหรือมนุษย์นั้น เมื่อจะมีเหตุร้ายอะไรขึ้น ก็มักจะมีวิญญาณหรือผีที่รู้ล่วงหน้า จะมาบอกกับเราก่อน ถ้าเขาสามารถสื่อสารกับเราได้ เหมือนอย่างตัวผม ซึ่งวิญญาณมาบอกแต่คำว่า ระวัง !...ความดี-ระวัง !...ความดีเพียงแค่นี้ เราก็จะรู้ได้ว่า จะต้องมีเหตุการณ์อะไรปรากฏขึ้นกับเราอย่างแน่นอน เพียงแต่ตอนแรก ผมยังไม่รู้ความหมายว่าหมายถึงอะไร จนกระทั่งมารู้เมื่อตอนเกิดเหตุการณ์นั่นเอง.

 

-ณัชพล เทพนิมิต-

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 

 

 
ผู้ชม
วันนี้ 64
เมื่อวาน 220
ทั้งหมด 24,360,424
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 90
เมื่อวาน 260
ทั้งหมด 41,595,551

www.kontatiptv.com  © 2018 All rights reserved.

 
เว็บสำเร็จรูป
×