อีเมล์
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
วิธีหนีนรก ตามแนว “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”
16-ตอน-เสียงผีเด็กบอกเพื่อนเตรียมตัวตาย

ตอน : เสียงผีเด็กบอกเพื่อน เตรียมตัวตาย

            สวัสดีครับแฟนๆ ทุกท่าน พบกันเช่นเคยทุกๆ เดือน สำหรับฉบับนี้  ผมจะพาท่านผู้อ่าน ไปพูด-ไปคุย-ไปฟังเรื่องราวที่ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์กำลังจะเล่า ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ อ.ตุ้ย ยังอยู่ในวัยเด็กหรือวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า คนที่สามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญารณได้นั้น ก็มีอยู่โดยทั่วไป มิใช่จะมีแต่เฉพาะ อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ที่บังเอิญฟ้าประทานพรมาให้ เพราะ อ.ตุ้ย สามารถติดต่อกับวิญญาณได้ตั้งแต่ อ.ตุ้ย ยังเป็นเด็ก ทั้งๆ ที่ในชีวิตของ อ.ตุ้ย ก็ไม่เคยไปฝึกนั่งสมาธิ หรือ วิปัสสนา มาแต่อย่างไร

 

            อาจารย์ตุ้ย กล่าวว่า เรื่องที่จะเล่านี้ เกิดขึ้นเมื่อตอนอายุประมาณ 16-17 ปีเท่านั้น  หากนับย้อนหลังก็คงไม่ต่ำกว่า 40 ปี อาจารย์ตุ้ย สำทับว่า ผมกำลังจะเล่าถึงเพื่อนผมคนหนึ่ง  ซึ่งมีความสามารถสัมผัสกับผี หรือวิญญาณได้เช่นกัน ตอนนั้นผมอยู่ ตรอกร่วมจิตร มันมีคลองที่เขาเรียกว่า คลองทองหลาง แต่ปัจจุบันเขาถมที่ กลายเป็นซอยไปแล้ว ซอยนี้ไปทะลุย่าน บางกระบือ

 

            ผมเคยเล่าไปหลายครั้งว่า เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมมักจะคบเพื่อนที่มีอายุมากกว่า  ส่วนเพื่อนที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากัน นับได้น้อยมาก เพื่อนที่ผมกำลังจะเล่าถึงคนนี้ ตอนนั้นเขามีอายุมากกว่าผมประมาณ 2 ปี เขาน่าจะมีอายุ ประมาณ  17-18 ปี ชื่อเล่นของเพื่อนคนนี้คือ ต้อต้อเป็นคนที่มักเอาแต่ใจตนเอง ไม่ค่อยจะยอมใครง่ายๆ  นิสัยเป็นคนค่อนข้างแข็ง แต่สำหรับตัวผม ตรงกันข้าม ผมเป็นคนง่ายๆ จะยังไงก็ได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่ที่โตกว่า หรือรุ่นน้องๆ ยังไงก็ได้ เป็นคนง่ายๆ

 

            ต้อ เป็นคนชอบสูบบุหรี่กินเหล้า ทั้งๆ ที่ยังมีอายุน้อยอยู่เลย ตอนที่คบกับผมอยู่นั้น เขาไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว อาจจะเรียนไม่จบ ป.4 ด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นผมกำลังเรียนระดับ ม.ศ.1  พอถึง วันเสาร์-วันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดเรียน ผมก็มักจะไป ตรงนั้น-ตรงนี้ ไปหาญาติ-หาคุณพ่อ-หาเพื่อน-หารุ่นพี่ จะไปตรงไหนอย่างไร ก็อยู่ที่จังหวะ แต่ต้องมาคุยถึงเพื่อนคนนี้ก่อน  กล่าวคือ ช่วงเวลาเย็นๆ ค่ำๆ ต้อ ชอบนั่งสูบบุหรี่ กินเหล้า อารมณ์ของเขา มักจะเป็นคนโมโหง่าย ได้ยินเสียงอะไร หรือว่ามองเห็นอะไร ถ้าไม่ถูกใจล่ะก็ เขาจะพาลไปหมดทุกอย่าง หาเรื่องหาราวกับคนรอบข้างไปหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งญาติๆ ของเขาเอง ก็ไม่ถูกกัน แต่สำหรับตัวผมนั้น  รู้สึกว่าเขาจะถูกใจ รักชอบพอกับผม เปรีบเสมือนผมเป็นเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง

             

            จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง จู่ ๆ ต้อ ก็เข้ามาพูดกับผมว่า ตุ้ย ! ตุ้ย ! หมู่นี้ผมรู้สึกมีเรื่องแปลกๆ นะ ไม่รู้เป็นยังไง ผมได้ยินเสียงนี้มาหลายสัปดาห์แล้วนะ เกือบเดือนแล้วมั๊ง มันเป็นเสียงวิญญาณหรือเสียงผีนั่นแหล่ะ มันเข้ามากระซิบข้างหูผมว่า เตรียมตัวไว้-เตรียมตัวไว้ เดี๋ยวไปด้วยกัน อ.ตุ้ย กล่าวต่อไปว่า ช่วงนั้นผมก็สามารถมีจิตเป็นทิพย์ สามารถสัมผัสกับวิญญาณได้แล้ว ผมสามารถจับภาพเพื่อดูอะไรบางสิ่งบางอย่างได้ ผมจับภาพคำพูดของ ต้อ ทันที ผมกำหนดจิตเพื่อรู้ว่า มันเป็นเสียงของอะไร เป็นเสียงวิญาณจริงหรือไม่

 

            พอผมจับภาพปั๊ป ผมรู้ด้วยจิตทันที มันเป็นเสียงของ วิญญาณเด็กก่อนอื่น ผมต้องขอเล่าย้อนหลังไปนิดว่า พ่อกับแม่ ของ ต้อ เขาเลิกกัน ต้อ ก็มาอยู่กับแม่ของเขาแถว ศรีย่าน  ใกล้กับบ้านผม ห่างกันไม่เกิน 50 เมตร ปกติแล้ว ต้อ จะมีศัตรูไปทั่ว ยิ่งกินเหล้ายิ่งไปกันใหญ่ แต่ ต้อ ก็ยินยอมผมคนเดียว เพราะผมรู้ใจเขาว่า เขาต้องการอะไร-ไม่ต้องการอะไรบางครั้งมีคนมาดักทำร้ายเขา เป็นคนแถวบ้าน มากันเป็นกลุ่ม กะจะเอาให้หนักเลย ผมเห็นภาพ ต้อ  เป็นภาพทะมึนดำ ผมรู้ทันทีว่า ถ้าผมไม่โดดเข้าไปช่วยเหลือเขา ต้อ ต้องสาหัสแน่ๆ ผมจึงต้องโดดเข้าไปช่วย ไปไกล่เกลี่ย ไปพูดจา ไปขอร้องฝ่ายตรงข้าม แต่ ต้อ ก็เป็นคนไม่ยอมคน จะเอาเรื่องเหมือนกัน แต่ในที่สุด เรื่องก็ยุติไปได้ เพราะผมรู้ว่า ถ้าไม่ยอมซึ่งกันและกัน ต้อ จะเสียเปรียบ และ ต้อ จะต้องถึงขั้นสาหัส เพราะฝ่ายตรงข้าม มีคนมีพวกมากกว่า แต่ทุกคนก็เกรงใจผมเหมือนกัน ถึงแม้ว่าผมจะมีอายุน้อยกว่าทุกๆ คน แต่ผมก็เป็นเพื่อนในวงไพ่ด้วยกัน  ดังที่เคยเล่าไปแล้วว่า เมื่อตอนเด็กๆ ผมเป็นคนชอบเล่นไพ่ ผมมารู้ภายหลังว่า ตอนนั้น ฝ่ายตรงข้ามกะจะมาเล่นงาน ต้อ ถึงขั้นสาหัสเลยทีเดียว แต่สุดท้าย การประสานสิบทิศของผม ก็สำเร็จจนได้ เรื่องก็เลยยุติไป

 

            ต่อมา ต้อ ก็มาเล่าให้ผมฟังอีกว่า เฮ้ย ตุ้ย ! เมื่อคืน ตอนกำลังจะนอนนะ ปกติ ต้อ เป็นคนนอนดึกมาก ทุกๆ คืนจะต้องไม่ต่ำกว่า ตี 2 ตี 3 ต้อ บอกผมว่า เมื่อคืน เขาได้เห็นวิญญาณเจ้าของเสียงกระซิบแล้ว มันเป็นวิญญาณเด็ก มันมาบอกอีกว่า ให้เตรียมตัวไว้ เดี๋ยวจะมารับ-เดี๋ยวจะมารับวิญญาณบอกว่า ให้ไป บอกกล่าวกับญาติๆ เพื่อนๆ หรือใครก็ได้ที่รู้จัก ให้รีบไป บอกกล่าวโดยเร็ว คำว่า บอกกล่าวก็หมายถึงการสั่งเสียหรือร่ำลานั่นเอง อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ขยายความ

 

            คืนหนึ่ง ต้อ ก็นอนอยู่ในบ้านของเขา ผมก็นอนอยู่ในบ้านของผม ตอนนั้นผมยังไม่หลับ ผมยังนอนดูโทรทัศน์อยู่ โทรทัศน์ในสมัยนั้นยังเป็นจอขาวดำอยู่เลย แต่เอ๊ะ ! ผมเห็นภาพในจอส่วนตัวของผมว่า ต้อ มีภาพเป็นสีดำ สีดำก็คือหมดอายุไขหรือได้เวลาตายแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นแบบตายด่วน ถ้าดำแบบเงาๆ นี่สิ อันตราย ดำแบบเงาๆ ต้องตายด่วนเลย แต่ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่มแล้ว เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วก็ถือว่าดึกมากเลยนะ เพราะแสงไฟและนีออนในสมัยนั้นยังไม่มี ถนนหนทางก็ไม่ค่อยมีไฟส่องสว่าง บางจุดก็มืดไปหมด ผมต้องเก็บความรู้สึกนี้ไปทั้งคืน ผมคิดวนไป-วนมา ผมรู้ว่าอายุไขของ ต้อ ใกล้จะหมดแล้ว เราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร ช่วยได้ไหม จนในที่สุด ผมก็ม่อยหลับไปในคืนนั้น

 

            เช้าวันรุ่งขึ้นตรงกับวันอาทิตย์ พอถึงเวลาเกือบเที่ยง ผมมีเวลาว่างบ้าง ผมรีบเดินทางไปบ้าน ต้อ ทันที แม่ต้อตอบผมว่า ต้อ ยังไม่ตื่นเลย ผมมองดูนาฬิกา ตรงกับ 12.00 น. พอดี  แม่ต้อ ตอบผมอีกว่า เมื่อคืนเขาก็นอนแต่หัวค่ำนะ ไม่รู้ว่าไม่สบายหรือเปล่า ทำไมยังไม่ตื่นก็ไม่รู้ เวลาไปปลุกเดี๋ยวมันก็หงุดหงิด เลยไม่อยากไปปลุก ผมเคาะประตูเรียกต้อทันที ต้อ...ๆ...ๆ ไม่มีเสียงตอบรับ แต่จังหวะที่ผมเคาะประตูเรียกต้อ ผมก็จะเอ็กซเรย์ดูภาพไปด้วย ภาพก็ยังดำอยู่ แต่ดำแบบไม่มีเงา ผมก็ยังใจชื้น

 

            **ผู้เขียนถาม อ.ตุ้ย เอ็กซเรย์ว่า  คำว่าดำแต่ยังไม่ถึงขนาดเป็นเงาๆ หมายความว่า  ต้อ ยังไม่ตายในเวลานี้ ใช่หรือไม่ ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า ใช่ครับ ต้อ ยังไม่ตายในเร็ววัน แต่ภาพดำยังอยู่ ก็แสดงว่า ต้อ จะต้องตายในอีกไม่นาน แต่จะตายเมื่อไร ผมยังไม่ได้กำหนดจิตถาม ผมใช้เวลาเรียกหรือปลุก ต้อ พร้อมเคาะประตูนานประมาณ 5 นาที ทุกอย่างก็ยังเงียบอยู่ ผมคิดว่า ท่าทางจะไม่ดีแล้วนะ ไอ้ครั้นจะพังประตูเข้าไป ก็กลัวคุณแม่ต้อจะตกใจและเข้าใจผิด  ผมต้องเดินกลับไปคุยกับแม่ต้อ ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่หน้าห้องต้อว่า

 

            เอ๊ะ คุณแม่ ต้อ เป็นอะไรหรือเปล่านะ ตะโกนเรียกตั้งนาน ก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย ยังไม่ยอมตื่นซักที ผมขอนุญาตพังประตูห้องเข้าไปได้ไหมครับ

 

            คุณแม่ต้อ กล่าวว่า นั่นนะสิ ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า ป่านนี้ยังไม่รู้สึกตัวเลย ตุ้ย ลองพังประตูเข้าไปดูได้ แม่อนุญาต  อ.ตุ้ย กล่าวต่อไปว่า ก่อนที่ผมจะพังประตูเข้าไป เพราะประตูไม่ได้แน่นหนาอะไร เป็นแค่กลอนเล็กๆ อันเดียว ผมลองตะโกนเรียกต้อใหม่อีกครั้ง ต้อ...ๆ...ๆ...คราวนี้ได้ผล ผมได้ยินเสียงต้อขานรับว่า  เอ้อ.....ผมตั้งใจฟังใหม่ว่า ต้อขานรับว่ายังไง แต่คำขานรับหลังๆ ไม่ใช่คำว่า เอ้อ.....ซะแล้ว กลายเป็นเสียงคำว่า โอ้ย.....เหมือนคนกำลังได้รับความเจ็บปวดยังไงยังงั้น ผมถีบประตูเข้าไปทันที

 

            โอ้โฮ ! สภาพการนอนของ ต้อ เหมือนคนนอนตกหมอน สภาพตัวหงิกตัวงอ คอพับห้อยจากเตียง ผมต้องเขย่าปลุกต้อทันที ต้อ...ๆ...ๆ ผมเขย่าตัวอย่างแรง ต้อ...ๆ...ๆ คราวนี้ ต้อเริ่มรู้สึกตัว ผมต้องไล่ให้ต้อไปล้างหน้าล้างตาที่หลังบ้าน และ หลังจากที่ ต้อ เรียกสติกลับคืนมาแล้ว ต้อ เล่าให้ผมฟังว่า มันเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก กล่าวคือ มีวิญญาณหนึ่งคอยดึงตัวเขาไห้ไปด้วยกัน ในขณะที่มีอีกวิญญาณหนึ่ง เป็นวิญญาณเด็ก ก็คอยล็อคคอดึงไม่ให้เขาไป คล้ายๆ กับการคอยช่วยเหลือเขา ขณะที่ ต้อ กำลังเล่าให้ผมฟังอยู่นั้น เหมือนกับ ต้อ กำลังส่างเมาจากยาเสบติด ผมมองดูดวงตาของต้อ ยังตาลอยอยู่เลย ขณะที่กำลังซักถามหรือฟังคำบอกเล่าของ ต้อ อยู่นั้น เอ๊ะ ! ภาพของ ต้อ ไม่ดำแบบธรรมดาแล้ว แต่คราวนี้ มีแบบเงาๆ เข้ามาเกี่ยวพันด้วย เรียกว่า เป็นแบบ ดำเงาดำเงาก็คือความตายนั่นเอง ผมกำหนดจิตถามทันที สัปดาห์หนึ่ง เดือนหนึ่ง 3 เดือน หรือ 5 เดือน ฯลฯ สรุปว่า ต้อ ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายเดือน

 

            อ.ตุ้ย กล่าวต่อไปว่า ผมมาสืบรู้ทีหลังว่า ต้อ จากคนที่เคยเสบแค่กัญชาธรรมดาๆ แต่มาระยะหลัง  ต้อ ได้มาเสบทั้ง เฮโรอีน ผงขาว สมัยนั้น ยาบ้า ยังไม่มี แล้วไอ้การที่นอนหลับไปเมื่อคืน จนเกิดเรื่องปลุกไม่ตื่นนั้น มันเป็นความฝันที่ผสมกับเรื่องจริง คือ ต้อ ฝันว่า มีวิญญาณหนึ่งมาฉุดตัวเขา เหมือนเป็นคนประสาทหลอน ส่วนวิญญาณเด็กมีจริงแน่ เพราะผมก็เคยสัมผัสเขามาแล้ว แต่ในที่สุด ผมมั่นใจว่า

 

     ต้อ จะต้องตายแน่ ตาย ตามที่ผีเด็กบอกนั่นแหล่ะ ส่วนจะตายเร็วหรือตายช้า แค่ไหน  เพียงใด ผมยังสรุปไม่ได้ รู้แต่ว่าต้องตาย แต่ก็คงตายไม่ต่ำกว่า 5 เดือน หรือเป็นปีเหมือนกัน  ผมยังคิดเลยว่า เออ ไม่เป็นไร เป็นวันต่อวันไปก่อนก็แล้วกัน และหลังจากวันนั้นแล้ว  พฤติกรรมของ ต้อ ได้เปลี่ยนไป วันทั้งวัน ต้อ เอาแต่นอนเพียงอย่างเดียว

 

            **ผู้เขียนย้อนถามว่า หลังจากที่ อ.ตุ้ย ปลุกให้ ต้อ ตื่นขึ้นมา และ ให้ไปล้างหน้าล้างตาที่บริเวณหลังบ้านแล้ว ต้อ ทำยังไงต่อไป ได้คุยกับ อ.ตุ้ย หรือเปล่า ?**

            นอนครับ ต้อ เดินกลับไปนอนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต้อ เหมือนคนขี้เซา จะขอนอนต่อลูกเดียว  คล้ายๆ กับฤทธิ์ยายังไม่หมดอย่างนั้นแหล่ะ ตอนนั้นผมยังเห็นภาพของ ต้อ สลับกันไปสลับกันมาเรื่อยๆ  ขาว-เทา-ดำ” / “ขาว-เทา-ดำ” / “ขาว-เทา-ดำสลับกันไปแบบนี้ ก็ยังดี ถือว่ายังไม่ตายในเวลานี้  ภาพดำแบบเงาๆ ก็หมายถึง ยังรอได้อีดเป็นปี ดำเงาก็คือความตาย ยังรอได้อีกเป็นปี

 

            แม่ ต้อ บอกผมว่า ไม่เป็นไรแล้วละ ปล่อยให้เขานอนต่อไปเถอะ ความจริงแม่ต้อก็คงรู้แหล่ะว่า ต้อ เสพยา จึงได้พูดกับผมแบบนี้ พอผมเห็นว่า ต้อ ไม่เป็นอะไรแล้ว ผมก็ลากลับบ้านไปตามประสาของผม ไปโน่นไปนี่ คราวนี้สิ พอวันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ ผมก็ต้องไปโรงเรียนตามปกติ ไปเรียนหนังสือชื่อ โรงเรียนวัดวิมุติ ที่ย่าน ถนนพระราม 6 อีก 2 วันต่อมา ต้อ โดนตำรวจจับ 2 ข้อหาพร้อมกันเลย คือ 1. ข้อหาเสพยาเสพติดประเภท เฮโรอีน-ผงขาว จากที่เคยแค่เป็นผู้เสพยา แต่ ต้อ โดนจับขณะกำลังใช้เข็มฉีดยา ฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง  2.ตำรวจจะยัดข้อหาเป็นผู้ค้า แต่แม่ต้อต้องถึงขนาดไปวิ่งเต้นตำรวจ มาสืบทราบภายหลังได้ว่า กลุ่มที่ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับนั้น ก็คือกลุ่มที่เคยมีเรื่องกับเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

            ต้อ โดนศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ในระหว่างที่ ต้อ โดนจำคุกอยู่ในเรือนจำอยู่นั้น ต้อ ยังไปมีเรื่องกับนักโทษในเรือนจำอีก ดังที่เคยเล่าไปแล้ว ต้อ เป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ จึงมีการทำร้ายร่างกายกันภายในคุก ต่อมา ต้อ ก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อครบกำหนดโทษในคำตัดสิน พอออกมาได้ ต้อ ก็ยังมาคบกับผมเหมือนเดิม มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้เจอหน้า ต้อๆ พูดกับผมว่า ตุ้ย ตอนที่อยู่ในเรือนจำนะ วิญญาณเด็กยังตามผมเข้าไปในเรือนจำอีกนะ พร้อมกับย้ำว่า ให้เตรียมตัว-ให้เตรียมตัว-เดี๋ยวไปด้วยกันต้อ ยืนยันกับผมอย่างหนักแน่น  พอสิ้นคำพูดของ ต้อ เท่านั้น ผมเห็นภาพในจอส่วนตัวของผม ภาพมันดำเงาแล้ว ลักษณะเช่นนี้  คาดการณ์ได้ว่า คงไม่เกิน 6 เดือน - 1 ปี ไม่เกิน 6 เดือน-1 ปี ต้อ ต้องตาย ความรู้สึกผม มันบอกอย่างนั้น

            คราวนี้ผมถาม ต้อ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ ต้อ ได้ออกมาจากเรือนจำ ผมถาม ต้อ ว่า เรื่องยาเสพติดยังเกี่ยวข้องอยู่หรือเปล่า ตอนนี้เสพยาอะไรอยู่นี่ ต้อ ตอบผมว่า ก็มีบ้างแหล่ะ แต่ผมสังเกตุผิวพรรณของ ต้อ มันเหมือนคนตกสะเก็ด ทั้งๆ ที่ ต้อ ไม่ได้เป็นเอดส์นะ แต่อาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยได้อาบน้ำ ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง บางทีวันสองวันไม่ได้อาบน้ำเลย เสื้อผ้าก็สกปรกรกมอมแมม

 

            ช่วงนั้น ผมเข้าเป็นนักเรียน โรงเรียนนายสิบแล้วนะ อยู่ที่ จังหวัดสระบุรี มีอยู่คืนหนึ่ง ผมเห็นภาพ ต้อ มีลักษณะ ดำเงาอย่างชัดเจน ตอนนั้นผมยังนอนอยู่ที่ จังหวัดสระบุรี อยู่เลย พอมาถึง วันศุกร์ ถ้าไม่มีการฝึกภาคสนาม วันศุกร์ ผมจะได้กลับบ้าน พอถึง วันอาทิตย์ ก็ต้องเดินทางกลับเข้า โรงเรียนนายสิบ เหมือนเช่นเคย วันศุกร์วันนั้น ผมเดินทางออกจาก  โรงเรียนนายสิบ ช่วงนั้น เป็นเวลาประมาณบ่ายๆ 3-4 โมงแล้ว ความรู้สึกของผมตอนนั้นก็เป็นห่วง ต้อ เหมือนกันนะ ใจผมเป็นห่วง เพราะภาพที่เห็นตอนนั้น ต้อ หมดอายุไขแล้ว ผมนั่งรถโดยสารจาก จังหวัดสระบุรี มาลงที่ ขนส่งหมอชิต พอมาถึงบ้านผมได้แค่ประเดี๋ยวเดียว ผมแวะไปหา ต้อ ทันที แวะบ้านผมแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นนะ แวะเพื่อให้คุณแมรู้ว่าผมได้กลับมาจากสระบุรีแล้ว  เท่านั้นเอง พอไปถึงบ้าน ต้อ ปรากฏว่า ที่บ้าน ต้อ ไม่มีใครอยู่เลย

 

            ผมย้อนกลับไปที่บ้านของผม ผมต้องถามคุณแม่ว่า แม่ แม่ ผมเพิ่งกลับจากที่บ้านต้อนะ ทำไมที่บ้านต้อจึงไม่มีใครอยู่เลย คุณแม่ตอบผมว่า เออ ประกี้นี้เห็น ตุ้ย รีบออกจากบ้านไป ยังไม่ทันได้บอก จะบอกว่า ต้อ เขาได้ตายแล้ว ตายเมื่อไรแม่ ตายเมื่อวานนี้เอง ตายด้วยสาเหตุอะไรแม่ ช๊อค ต้อเสพยามากจนช๊อค ฉีดเข้าเส้นเลือดมากเกิน หัวใจวายตายคาเข็มเลย

 

            ผมถามแม่อีกว่า ตายตั้งแต่เมื่อไรล่ะแม่ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ผมนึกทันที ผมเห็นภาพ ต้อ ตอนกลางคืน เป็นคืนวันพฤหัสบดี ตอนบ่ายของวันศุกร์ จึงค่อยเดินทางกลับ แต่ต้อมาตายตอนที่ผมเห็นภาพนั่นเอง ผมถามแม่ว่า ตอนนี้ศพต้อตั้งอยู่ที่ไหน คุณแม่ ตอบว่า ตั้งอยู่ที่ วัดแค ศรีย่าน (คนละที่กับ วัดแค  นางเลิ้ง) ผมเดินทางไปที่วัดทันที บรรยากาศในงาน ดูเงียบๆ มีแขกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ผมอยากรู้ว่า ต้อ จะสามารถสัมผัสกับผมได้หรือไม่ ปรากฏว่า เงียบ ต้อ ไม่สามารถสัมผัสกับจิตผมได้แม้แต่น้อย ผมกำหนดจิตถามครั้งแล้วครั้งเล่า ต้อ ก็ไม่สามารถสัมผัสกับผมได้แม้แต่ครั้งเดียว แสดงว่า ต้อ ต้องไปเลย

 

            **ผู้เขียนถามว่า คำว่าไปเลย หมายความว่าอย่างไร ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า ก็หมายถึงวิญญาณของ ต้อ ได้ไปอยู่ในสถานที่ๆ เขาควรไป วิญญาณ ต้อ ไม่ได้มาเร่ร่อนเหมือนวิญญาณทั่วไป ผมรู้แต่เพียงว่า การจากไปของ ต้อ ครั้งนี้ ยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย กล่าวคือ ยังไม่เป็นภาพดำ คนละอันกับที่สัมผัสในตอนแรกๆ อ้นแรกนั้นหมายถึงการหมดอายุไข แต่อันหลัง หมายถึงเมื่อต้องตายจากไปแล้ว วิญญาณจะไปดีหรือไม่ ภาพที่ออกมา เป็นภาพแบบเทาๆ ไม่ถึงขนาดสว่างๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดเป็นสีดำ สีเทาๆ ก็คือแค่ปานกลาง  การจากไปของ ต้อ จึงเท่ากับไปอยู่ในที่เหมาะสม มีสถานะเป็นแค่ปานกลางเท่านั้น

 

            **ถ้าจะพูดแบบชาวโลก ภาพสีเทาๆ หมายถึง ต้อ ต้องไปเกิดอยู่ในภพภูมิใดครับ ?**

            อ.ตุ้ย กล่าวว่า ภาพสีเทาๆ นั้น มันไม่เชิงอยู่ใน สวรรค์ และ ก็ไม่เชิงอยู่ใน นรก มันจะอยู่แบบกลางๆ จะเอามาเปรียบเทียบกับคำสอนของพระของเจ้า ก็คงจะเปรียบเทียบได้ลำบาก  มันอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอควร

 

            ความจริง ต้อ ก็ไม่ได้ถึงขนาดเป็นคนที่เลวเลยนะ เขาเป็นคนที่มีจิตใจที่ดี เพียงแต่เป็นคนอารมณ์ร้อน เข้ากับใครไม่ได้ง่ายๆ แล้วเป็นคนอยากลอง พอลองแล้วก็ติด พอติดแล้วก็ถอนตัวลำบาก จึงวนวียนอยู่กับยาเสพติด แต่ ต้อ ก็ไม่ได้เป็นคนชอบขโมยของ หรือ เป็นคนลักเล็กขโมยน้อยเหมือนคนติดยาทั่วไป

            เขาได้เงินมาจากการทำงาน ตามที่เคยเล่าไปแล้วว่า เขาทำอาชีพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ช่างไม้ ช่างไฟ  ช่างปูน รับจ้างสารพัด ทำงานได้เงินมา ได้เงินมาจากวงไพ่บ้าง วงการพนันบ้าง แต่เขาไม่เคยไปขโมยเงินขโมยของจากใคร เขาได้เงินมาจากส่วนดังกล่าวแล้ว ก็มาซื้อยาเสพ จิตใจเขาอ่อนแอ มาเป็นทาสยาเสพติด ผมพยายามกำหนดจิตยังไง ก็ติดต่อกับเขาไม่ได้อีกเลย แต่

 

            เรื่องวิญญาณเด็กที่กล่าวไปในตอนต้น ยังไม่จบครับ วิญญาณเด็กมาสื่อสารกับผมอีกว่า  ไปแล้ว-ไปแล้ววิญญาณเด็กบอกว่า ไปแล้ว คล้ายๆ กับวิญญาณเด็กเป็นวิญญาณพเนจร มาสื่อสารหรือมาบอกให้ผมรู้ คุณแม่ ต้อ ยังบอกผมว่า การจากไปของ ต้อ นั้น คุณแม่รู้สึกดีใจมากกว่าที่ ต้อ ยังมีชีวิตอยู่นะ เรื่องนี้ทำใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว อ.ตุ้ย กล่าวว่า คุณแม่ ต้อ ยังเคยบอกกับผมว่า ถ้า ตุ้ย มีอะไรให้แม่ช่วย ก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะแม่ก็รัก ตุ้ย เหมือนเป็นบุตรคนหนึ่งนั่นแหล่ะ นี่คือความประทับใจของ อ.ตุ้ย ต่อครอบครัวนี้เป็นที่สุด.

 

-ณัชพล เทพนิมิต-

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 
ผู้ชม
วันนี้ 87
เมื่อวาน 83
ทั้งหมด 24,356,994
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 129
เมื่อวาน 136
ทั้งหมด 41,590,675

www.kontatiptv.com  © 2018 All rights reserved.

 
เว็บสำเร็จรูป
×